สุเหร่าเซนต์โซเฟีย  หรือวิหารเซนต์โซเฟียประเทศตุรกี

         เชื่อว่านักท่องเที่ยวที่เคยเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศตุรกีหรือเคยศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับประเทศตุรกีคงได้ยินชื่อวิหารเซนต์โซเฟียกันมาบ้างพระวิหารนี้เป็นวิหารที่เก่าแก่  สุเหร่าเซนต์โซเฟีย และมีความศักดิ์สิทธิ์และที่สำคัญเป็นวิหารที่มีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องของความสวยงามเป็นอย่างมาก  สำหรับวิหารแห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาอยู่ในเมืองกรุงอิสตันบูล 

      เป็นวิหารที่ถูกสร้างขึ้นมาจากน้ำมือมนุษย์และมีการก่อสร้างเอาไว้อย่างสวยงามยิ่งใหญ่อลังการจนถึงขนาดว่าวิหารแห่งนี้ถูกจัดอันดับให้เป็นวิหารที่มีความสวยงามติด 1 ใน 7 ของสิ่งมหัศจรรย์ของโลกนอกจากนี้การจัดอันดับสิ่งมหัศจรรย์ในยุคกลางก็ยังเป็นสถานที่ที่มีความสวยงามเป็นอันดับ 8 ของโลกอีกด้วย 

      สุเหร่าเซนต์โซเฟีย แห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาในสมัยของจักรวรรดิไบแซนไทน์โดยเป็นยุคการปกครองของจักรพรรดิจัสติเนียนนั่นเองว่ากันว่าวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาในช่วงปี 532 ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปีกว่าแล้วเสร็จโดยวิหารแห่งนี้นั้นเป็นมหาวิหารที่มีความงดงามซึ่งหาวิหารฯที่มีความงดงามเทียบเท่านั้นได้ยากมากเลยทีเดียว

       ปัจจุบันเนื่องจากว่าวิหารแห่งนี้มีความเก่าแก่มากแล้วจึงได้รับการบูรณะซ่อมแซมมาแล้วหลายครั้งนอกจากนี้ยังมีการต่อเติมให้ดูยิ่งใหญ่อลังการและงดงามมากขึ้นไปอีกมีการก่อสร้างโบสถ์สวยๆมากมายเต็มไปหมดในช่วงประมาณปี  563 ช่วงดังกล่าวนั้นเป็นช่วงที่มีการเกิดแผ่นดินไหวและส่งผลทำให้ยอดโดมของวิหารแห่งนี้หักโค่นลงมาจึงมีผลทำให้ต้องมีการบูรณะซ่อมแซม

    ยอดโดมของวิหารเหตุการณ์แผ่นดินไหวนั้นไม่ได้ทำให้เพียงแค่ยอดโดมหักพังทลายลงมาเท่านั้นแต่ทำให้วิหารเซนต์โซเฟียนั้นมีรอยร้าวเกิดขึ้นด้วยซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ก็ต้องเร่งดำเนินการปรับปรุงบูรณะซ่อมแซมในส่วนที่มีการแตกร้าวเพราะเกรงว่าวิหารเก่าแก่ที่มีความสวยงามนี้จะพังลงมานั่นเอง

        อย่างไรก็ตามสำหรับวิหารแห่งนี้นั้นตั้งอยู่ใกล้ๆกันกับสุเหร่าสีน้ำเงินซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจโดยถ้าหากว่านักท่องเที่ยวไปเที่ยวที่วิหารเซนต์โซเฟียถ่ายรูปสวยๆเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไม่ควรพลาดที่จะเดินทางข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งเพื่อไปเยี่ยมชมความสวยงามของสุเหร่าสีน้ำเงินซึ่งมีลักษณะใหญ่โตโอ่โถและสวยงามไม่แตกต่างกับวิหารเซนต์โซเฟียเลย

 สำหรับวิหารเซนต์โซเฟียนั้นเป็นวิหารต้นแบบที่ภายหลังนั้นได้มีการก่อสร้างสุเหร่าแล้วเรียนแบบความสวยงามของวิหารแห่งนี้กันอย่างกว้างขวางเลยทีเดียว สำหรับวิหารแห่งนี้ว่ากันว่าในครั้งแรกที่ถูกสร้างขึ้นมานั้นเป็นการสร้างสำหรับให้เป็นโบสถ์ของคนที่นับถือศาสนาคริสต์เป็นที่ประทับของรูปปั้นขององค์พระเยซู 

 

สนับสนุนโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ

Chocolate Ville จังหวัดกรุงเทพมหานคร

          สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะพาไปเที่ยวกันในครั้งนี้นั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในโลกโซเชียล  Chocolate Ville อยู่ในตอนนี้เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นั้นมีบรรยากาศที่เก๋ไก๋และมีการตกแต่งสถานที่ท่องเที่ยวแนวซาดิสยุโรปมีมุมต่างๆมากมายที่สวยงามและเหมาะกับการถ่ายรูปดังนั้นถ้าหากใครหรือนักท่องเที่ยวคนไหนที่ชื่นชอบการไปเที่ยวเพื่อทำการถ่ายรูปเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกแนะนำว่าถ้าไปเที่ยวที่นี่รับรองจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

      สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้อยู่ในเขตกรุงเทพฯ Chocolate Ville โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปตรงบริเวณถนนประเสริฐมนูกิจซึ่งอยู่แถวรามคำแหงซึ่งในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโคโรน่าสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ยังคงเปิดให้บริการตามปกติแต่จะมีการจำกัดช่วงเวลานักท่องเที่ยวสามารถที่จะไปเที่ยวได้ตั้งแต่ช่วงเวลา 15:00 น เป็นต้นไปและจะปิดให้บริการในช่วงเวลาประมาณ 21:00 น 

      แต่ถ้าหากช่วงไหนเป็นช่วงที่ รัฐบาลมีการประกาศล็อกดาวน์อาจจะมีการควบคุมช่วงเวลาในการไปเที่ยวให้สามารถเข้าเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 19:00 น ซึ่งนักท่องเที่ยวอาจจะต้องมีการเช็คกับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ก่อนว่าจะปิดให้บริการกี่ทุ่ม เพื่อที่จะได้วางแผนการเดินทางและไม่เสียเที่ยวในการไปเที่ยวในครั้งนั้นนั่นเอง 

         สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่ในครั้งนี้ก็คือหมู่บ้าน Chocolate Ville บอกได้เลยว่าสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นั้นกำลังเป็นที่นิยมมากโดยคนมาแชร์กันมากใน Social Media เพื่อแนะนำว่าใครที่ชื่นชอบการถ่ายรูปให้ไปเที่ยวที่นี่ได้เลยเพราะคุณจะได้มุมดีๆมากมายเต็มไปหมดโดยที่นี่จะมีการสร้างเป็นเมืองจำลองเอาไว้ซึ่งมีการตกแต่งเอาไว้เป็นลักษณะของบรรยากาศต่างประเทศโดยสิ่งก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นอาคารตึกรามบ้านช่องต่างๆหรือสะพานจะมีการทาสีเป็นแบบสีพาสเทลซึ่งเวลาถ่ายรูปและสีสันออกมาสวยงามมาก

     เนื่องจากว่าเป็นการนำสีหวานๆมาตกแต่งสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้และยิ่งถ้าเกิดว่านักท่องเที่ยวคนไหนไปเที่ยวสถานที่แห่งนี้ในช่วงเวลากลางคืนจะเห็นว่ามีการติดไฟเอาไว้มากมายเต็มไปหมดซึ่งแสงไฟนั้นจะทำให้บรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้มีความโรแมนติกเพิ่มขึ้นมากไปอีกและเวลาถ่ายรูปก็จะสวยมากขึ้นไปอีกเช่นเดียวกันหลายคนจึงเลือกเดินทางมาทำการเช็คอินที่หมู่บ้านChocolate Ville แห่งนี้กัน 

       อย่างไรก็ตามในยุคที่ยังคงมีการระบาดหลายคนอาจจะกลัวเกี่ยวกับเรื่องของการไปเที่ยวแต่รับรองได้เลยว่าเมื่อคุณเดินทางมาเที่ยวที่หมู่บ้านChocolate Ville แห่งนี้ นักท่องเที่ยวจะปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัส covid แน่นอนเนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบเปิดมีลมพัดผ่านอยู่ตลอดเวลาเพราะอากาศถ่ายเทมเป็นลักษณะการเที่ยวแนว  outdoor เพราะฉะนั้นจะไม่แออัดและไม่มีคนหนาแน่นมากจนเกินไปที่สำคัญเจ้าของสถานที่ยังดูแลผู้ที่เข้าไปใช้บริการอย่างเข้มงวดโดยทุกคนจะต้องใส่หน้ากากอนามัยและมีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าไปใช้บริการสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ด้วย 

 

สนับสนุนโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ

พาไปเที่ยวที่ หาดปึกเตียน จังหวัดเพชรบุรี 

           สำหรับจังหวัดเพชรบุรีนั้นเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่บางส่วนติดกับทะเล หาดปึกเตียน ดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่นั้นจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ติดทะเลเช่นชายหาดชะอำหรือแม้แต่ชายหาดเจ้าสำราญซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากคนไทยนิยมพาบุตรหลานหรือคนในครอบครัวรวมถึงเพื่อนฝูงนัดหมายกันไปเที่ยวในวันหยุดประจำสัปดาห์หรือแม้แต่วันหยุดยาวก็ตาม

            อย่างไรก็ตามสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบุรีที่เราจะพาไปรู้จักในครั้งนี้นั้นเป็นชายหาดอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรีที่ได้รับความนิยมไม่แตกต่างจากที่ชะอำและหาดเจ้าสำราญเลยนั่นก็คือหาดปึกเตียนนั่นเองสำหรับหาดปึกเตียนนี้อยู่บริเวณกึ่งกลางระหว่างชายหาดชะอำกับชายหาดเจ้าสำราญซึ่งหาดปึกเตียนนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความร่มรื่นบริเวณริมชายหาดนั้นมีแนวต้นไม้ทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่

 

ที่นี่จะมมีการปลูกต้นไม้ไว้เพื่อให้ร่มเงาแก่นักท่องเที่ยวที่มานั่งเล่นบริเวณริมชายหาด

ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถมานั่งริมชายหาดได้ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลากลางวันก็ตามโดยที่อากาศยังคงร่มรื่นร่มเย็นที่สำคัญชายหาดปึกเตียนนั้นเป็นชายหาดที่ค่อนข้างเงียบสงบ  ผู้ขนไม่ค่อยพลุกพล่าน หากเปรียบเทียบกับชายหาดชะอำและชายหาดเจ้าสำราญแล้วนั่นเอง

        สิ่งที่เราสามารถทราบได้ว่าบริเวณนี้คือชาย หาดปึกเตียน นั้นก็คือรูปปั้นของนางผีเสื้อสมุทรและพระอภัยมณีซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของชายหาดปึกเตียนนั่นเองถึงแม้ชายหาดแห่งนี้จะเป็นชายหาดที่มีความกว้างไม่เยอะมากนักแต่ก็สามารถที่จะมานั่งรับลมเย็นของทะเลรวมถึงมานั่งมองพระอาทิตย์ตกดินและที่สำคัญสามารถลงเล่นน้ำตรงบริเวณชายหาดแห่งนี้ได้ด้วยซึ่งน้ำที่นี่นั้นจะเป็นน้ำที่สะอาดและไม่มีเศษขยะมาให้รกหูรกตาเลย

 

 

รูปปั้นของผีเสื้อสมุทรและพระอภัยมณี

นั้นจะมีการปั้นเอาไว้อยู่ห่างกันเพียงเล็กน้อยโดยจะถูกปั้นแล้วนำไปวางบนเนินซึ่งอยู่บริเวณเกาะกลางทะเลโดยระยะทางไม่ไกลจากบริเวณริมชายหาดมากนักเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมักจะมาเช็คอินและมาถ่ายรูปกับรูปปั้นของนางผีเสื้อสมุทรกับพระอภัยมณีซึ่งเป็นตัวละครในวรรณคดีของไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมาก 

        บริเวณริมชายหาดปึกเตียนนั้นอุดมสมบูรณ์ไปด้วยร้านค้าต่างๆมากมายเต็มไปหมดซึ่งแต่ละร้านก็จะมีการนำเสนออาหารรสชาติที่แปลกแตกต่างกันออกไปมีทั้งร้านขายของที่ระลึกและร้านขายอาหารและเครื่องดื่มนอกจากนี้ถ้าหากใครอยากจะพักผ่อนหย่อนใจด้วยการค้างคืนก็จะมีบริการห้องพักคอยให้บริการนักท่องเที่ยวด้วยเช่นเดียวกัน

          สำหรับชายหาดปึกเตียนนี้เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปีซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเที่ยวได้ตลอดโดยขับรถมาทางถนนเพชรเกษมเมื่อมาถึงสี่แยกคลองชลประทานสาย 2 ให้เลี้ยวซ้ายขับรถเข้ามาเพียงแค่ 15 กิโลเมตรก็จะถึงชายหาดปึกเตียนแล้ว 

 

สนับสนุนโดย  Ufabet เข้าสู่ระบบ

เที่ยวเมืองมงส์ ประเทศเบลเยียม

         สำหรับการท่องเที่ยวที่เราจะพาไป เที่ยวเมืองมงส์ ในครั้งนี้ยังคงเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศเบลเยี่ยมและสถานที่ท่องเที่ยวที่เราอยากจะพาไปรู้จักนี้จะเป็นแค่เมืองเล็กๆเท่านั้นแต่บอกได้เลยว่าถึงจะเป็นแค่เมืองเล็กๆนั้นแต่ก็มีความสำคัญกับประเทศเบลเยี่ยมเช่นเดียวกันและที่สำคัญนั้นสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนี้ก็มีเยอะไม่แพ้กับเมืองใหญ่ๆของประเทศเบลเยี่ยมกันเลยทีเดียวโดยเหมือนที่เราจะพาไปเที่ยวกันนี้มีชื่อเรียกว่า  เมืองมงส์ 

         เมืองแห่งนี้นั้นเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับเรื่องของศิลปะและวัฒนธรรม  ซึ่งเมืองนี้ได้มีการถูกคัดเลือกให้เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมของยุโรปเลยทีเดียวประชาชนที่อาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้นั้นมีอยู่ประมาณ หนึ่งแสนคนเท่านั้นแต่อย่างไรก็ตามในขณะนี้มีแนวโน้มว่าประชากรจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากการที่รัฐบาลนั้นมีการรณรงค์ให้ประชาชนนั้นมีลูกกันมากขึ้น           

       อย่างไรก็ตาม เมืองมงส์ อาจจะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในวงการของนักท่องเที่ยวกันมากนัก  แต่ถ้าหากใครที่ชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องของศิลปะวัฒนธรรมจะรู้จักเมืองนี้กันเป็นอย่างดีเพราะที่นี่จะมีการโปรโมทชื่อเสียงของเมืองไปในลักษณะของเมืองแห่งวัฒนธรรมและศิลปะนั่นเองอย่างไรก็ตามถ้ามีโอกาสได้เดินทางมาเที่ยวที่เมืองมงส์ แล้วล่ะก็  สถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนั้นไม่ควรพลาดที่จะไปเลยก็คือ ที่ Belfry of Mons นั่นเองบอกเลยว่าสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ฮิตมากมาก

         สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมา เที่ยวเมืองมงส์ เมืองนี้ซึ่งลักษณะของ Belfry of Mons นั้นจะมีลักษณะคล้ายกับหอระฆังทรงสี่เหลี่ยมซึ่งมีความสูงมาถึง 87 เมตรด้วยกันด้านนอกของตัวหอระฆังแห่งนี้นั้นจะมีการแขวนระฆังเอาไว้ซึ่งนับจำนวนได้ประมาณ 49 ใบในขณะที่ด้านในของหอระฆังแห่งนี้นั้นจะมีการทำเป็นบันไดวนเชื่อมต่อกันเป็นชั้นๆไปจนถึงบนยอดหอคอยซึ่งแต่ละฝังผนังของหอระฆังแห่งนี้จะใช้อิฐในการก่อสร้างต่อกันเป็นชั้นๆจนเป็นยอดสูงซึ่งมีการใช้ it รวมกันทั้งหมดเกือบ 5 แสนก็เลยทีเดียว

          ศิลปะที่ใช้ในการก่อสร้างหอระฆังแห่งนี้นั้นจะมีการออกแบบในรูปแบบของสไตล์บาโรกซึ่งเป็นสไตล์เก่าแก่ในสมัยโบราณและสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นสถานที่แห่งเดียวในเมืองมงส์  ที่มีสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรกนั่นเองแน่นอนว่าด้วยความเก่าแก่ของหอระฆังแห่งนี้ทางด้านยูเนสโกจึงได้มีการยกย่องที่นี่ว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกเลยทีเดียวซึ่งถ้าหากนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสเดินทางมาเที่ยวที่เมืองแห่งนี้ต้องไม่พลาดที่จะแวะมาถ่ายรูปและเดินขึ้นไปบนยอดสูงสุดของหอระฆังเพื่อชมวิวทิวทัศน์รอบเมืองมงส์ นะคะ รับรองว่าคุณจะเจอวิวที่งดงามอย่างแน่นอน    

 

 

สนับสนุนโดย.    Ufabet เข้าสู่ระบบ