พาเที่ยวเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

       เชื่อว่าทุกคนคงรู้จักประเทศอิตาลีกันเป็นอย่างดีและสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ว่ากันว่าเป็นเมืองที่มีความโรแมนติก พาเที่ยวเมืองเวนิส และน่าเดินทางไปเที่ยวซึ่งถ้าหากใครมีโอกาสสักครั้งหนึ่งในชีวิตต้องอยากจะเดินทางไปเที่ยวที่แห่งนี้นั่นก็คือเมืองเวนิสนั่นเอง

     อย่างไรก็ตามเรารู้กันดีว่าในขณะนี้มีการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกและเมืองเวนิสนั้นก็ล้อมรอบไปด้วยน้ำทะเล เมืองเวนิสนั้นใกล้จะเป็นเมืองที่จะล่มสลายหายไปเพราะน้ำกำลังจะท่วมแล้วแต่ก็ยังสามารถที่จะเดินทางไปเที่ยวได้ในช่วงนี้แต่คาดว่าอีก 10 ปีข้างหน้าอาจจะไม่มีเวลานี้อยู่ในประเทศอิตาลีเลยก็ได้ดังนั้นถ้าหากในช่วงนี้ใครพอที่จะมีเวลาเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศและมีเงินมากพอที่จะเดินทางไปเที่ยวที่ต่างประเทศแนะนำว่าให้ลองไปเที่ยวที่เมืองเวนิสสักครั้งหนึ่งซึ่งมันจะเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมากและที่สำคัญมันสามารถเป็นความทรงจำที่ดีก่อนที่เมืองเวนิสจะไม่มีในโลกนี้อีกต่อไปนั่นเอง

            เมืองเวนิสนั้นเป็นเมืองที่มีความงดงามและมีความแตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆจากในโลกเนื่องจากว่าเมืองเวนิสนั้นมีการก่อสร้างที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเองที่สำคัญความสวยงามของเมืองเวนิสนั้นได้รับสมญานามว่าเป็นราชินีแห่ง ทะเลอาเดรียติก  หรืออาจกล่าวได้ว่า เป็นเมืองแห่งสายน้ำ เลยก็ว่าได้ 

         พาเที่ยวเมืองเวนิส  สาเหตุที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ตั้งสมญานามว่าเป็นเมืองแห่งสายน้ำนั่นก็เพราะว่าเมืองเวนิสนั้นใช้วิธีการเดินทางส่วนใหญ่แล้วผ่านทางคลองมากกว่าการใช้ถนนหรือใช้รถนั่นเองเนื่องจากว่าถ้าหากไปดูพื้นที่ภายในเมืองเวนิสจะเห็นได้ว่ามีคลองมากมายเต็มไปหมดซึ่งนับได้เป็นจำนวนสูงเกินกว่า 150 คลองเลยทีเดียว

     ซึ่งคลองแต่ละคลองนั้นก็จะมีการเชื่อมต่อระหว่างกันและสามารถที่จะเดินทางผ่านทางคลองได้อย่างรวดเร็วนอกจากนี้สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวที่เมืองเวนิสนั่นก็คือการล่องเรือกอนโดล่า  ซึ่งโดยปกติแล้วคู่รักมักจะพากันไปนั่งเรือกอนโดล่าพร้อมกับชมวิวทิวทัศน์รอบเมืองเวนิสในขณะที่จะมีเพลงบรรเลงอยู่บนเรือกอนโดล่าให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินอีกด้วยและการที่นั่งเรือกอนโดล่าไปขณะที่ฟังเพลงชมวิวทิวทัศน์ของเมืองเวนิสไฟก็คือสัญลักษณ์แห่งหนึ่งของเมืองแห่งนี้นั่นเองนอก

       จากนี้ในขณะที่คุณมองวิวทิวทัศน์ของเมืองเวนิสนั้นคุณก็จะเห็นว่าที่นี่นั้นทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืนเป็นสถานที่ที่มีความงดงามเป็นอย่างมากในช่วงเวลากลางคืนที่นี่จะเป็นเมืองแห่งเสียงดนตรีในขณะที่ช่วงเวลากลางวันก็จะเต็มไปด้วยศิลปะวัฒนธรรมมากมายดังนั้นผู้ที่ชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องของผลงานด้านศิลปะจึงมักจะเดินทางมาเที่ยวที่เมืองเวนิสเพราะสามารถที่จะศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ทั้งในเรื่องเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของประเทศอิตาลีและยังสามารถศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของการค้าการขายการเดินเรือขอ ที่มีความเจริญก้าวหน้ามานับพันปีได้อีกด้วย 

 

สนับสนุนโดย.  sexybaccarat

เมืองเวนิส  ประเทศอิตาลี  เมืองที่ควรไปเที่ยวก่อนที่จะหายไปจากโลก 

         หากพูดถึงประเทศอิตาลีเชื่อว่าหลายคนย่อมรู้จักเมืองหลวงของประเทศนี้กันเป็นอย่างดี  เมืองเวนิส  ประเทศอิตาลี เนื่องจากว่าเป็นเมืองที่ได้รับสมญานามว่าเป็นเมืองที่มีความสวยงามและความโรแมนติกเป็นอย่างมากหลายคนที่เดินทางไปเที่ยวอิตาลีก็จะหาโอกาสแวะไปเที่ยวที่เมืองเวนิสโดยสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของ venice และสร้างชื่อเสียงระดับโลกให้กับเมืองเวนิสซึ่งก็คือการล่องแม่น้ำสายสำคัญของเมืองเวนิสโดยจะมีนักดนตรีคอยขับกล่อมเพลงระหว่างที่คุณนั่งชมแม่น้ำรอบเมืองเวนิสนั่นเองซึ่งมีการมาเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเวนิซที่ทำให้คนทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดี

         อย่างไรก็ตามอย่างที่รู้กันว่าประเทศอิตาลีนั้นเป็นประเทศซึ่งมีเกาะขนาดเล็กหลายๆเกาะรวมกันและเมืองเวนิสก็เป็นเมือง 1 ของประเทศอิตาลีที่เป็นเกาะ  บนเกาะของเมืองเวนิสนั้นจะเต็มไปด้วยคลองซึ่งมีทั้งคลองขนาดเล็กและคลองขนาดใหญ่มากมายเต็มไปหมดดังนั้นจะเห็นได้ว่าถ้าหากคุณได้มีโอกาสไปเที่ยวที่เมือง  venice จะเห็นสะพานมากมายเต็มไปหมดบนเมืองเวนิสแห่งนี้เพราะสะพานนั้นจะใช้สำหรับในการสัญจรข้ามไปมาระหว่างคลองและแม่น้ำ  ทำให้ที่เมืองเวนิสได้รับสมญานามว่าเป็นเมืองแห่งสายน้ำและเมืองแห่งสะพาน

       เมืองเวนิส  ประเทศอิตาลี การเดินทางภายในเมืองเวนิสนั้นส่วนใหญ่จะเน้นการเดินทางผ่านทางน้ำเนื่องจากว่ามีคลองเยอะและเชื่อมต่อถึงกันดังนั้นการคมนาคมส่วนใหญ่จึงใช้เรือในการเดินทางหรือบางคนก็ถนัดในเรื่องของการเดินทางเท้าซึ่งเมืองเวนิสจะไม่ค่อยมีรถวิ่งมากนักอย่างไรก็ตามเราคงได้ยินข่าวกันมาบ้างแล้วว่าในขณะนี้ในบางปีเมืองเวนิสจะมีปัญหาเรื่องของน้ำขึ้นซึ่งเกิดจากน้ำทะเลนั้นหนุนทำให้เมืองเวนิสนั้นมีน้ำท่วมอยู่บ่อยครั้ง    

        สถานการณ์ของประเทศอิตาลี นั้นก็ไม่ค่อยดีมากนักเพราะว่ามีปัญหาเกี่ยวกับเกาะต่างๆใน ประเทศนั้นมีสถานการณ์เรื่องของน้ำท่วมอยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองเวนิสซึ่งเรามักจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับเรื่องของการเกิดอุทกภัยบ่อยๆโดยสถานการณ์ของการเกิดน้ำท่วมในเมืองเวนิสนั้นเริ่มมาตั้งแต่ช่วงประมาณปีค.ศ 1900    ซึ่งในตอนนั้นจะเห็นได้ว่ามีน้ำท่วมแถวบริเวณ เซนท์มาร์กสแควร์ เกือบสิบครั้งเลยทีเดียว

         อย่างไรก็ตามปัญหาน้ำท่วมนั้นเกิดขึ้นทุกปีและเกิดขึ้นเรื่อยๆมากขึ้นกว่าเดิมซึ่งช่วงประมาณปีค.ศ 1980 มีน้ำท่วมบริเวณจุดเดิมถึงสีสิบครั้งและพอมาถึงช่วงประมาณปีพ. ศ. 2000 อีกมากกว่า หกสิบ ครั้งดังนั้นจึงทำให้มีการคาดการณ์เอาไว้ว่าในอนาคตอีกไม่ไกลนี้เราอาจจะไม่ได้มีเมืองเวนิสเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวในโลกนี้อีกแล้วเพราะอาจจะถูกน้ำท่วมแบบถาวรซึ่งการคาดการณ์นี้เชื่อว่าไม่ถึงร้อยปีเมืองเวนิสต้องจมอยู่ใต้น้ำอย่างแน่นอน 

 

สนับสนุนโดย.    gclub ฝากขั้นต่ำ 20

สาวไปทำงานดูไบ อยากกลับบ้านแต่กลับไม่ได้เพราะถูกนายจ้างยึดพาสปอร์ต หากจะกลับต้องเสียค่าดำเนินการ 50,000 บาท 

           เมื่อวันที่ 2 เดือนกรกฎาคมปีพศ 2564   สาวไปทำงานดูไบ โดยมีหญิงสาวคนหนึ่งได้มีการอัดคลิปแล้วโพสต์ลง Facebook ส่วนตัวโดยในคลิปนั้นหญิงสาวคนดังกล่าวร้องไห้และบอกเล่าปัญหาของตนเองว่าในขณะนี้เธอเจอปัญหาว่าเธอนั้นอยากกลับประเทศไทยแต่ไม่สามารถกลับได้โดยระบุว่าเธอเดินทางมา ที่ประเทศดูไบด้วยวีซ่าการท่องเที่ยวแต่ที่จริงแล้วเธอต้องการมาทำงานที่ประเทศดูไบโดยงานของเธอนั้นก็คือทำอยู่ร้านทำเล็บ

         ซึ่งตามสัญญา  สาวไปทำงานดูไบ  ที่เธอตกลงไว้กับทางด้านเจ้าของร้านเธอจะได้รับเงินเดือนประมาณ 2,500 เดอร์แฮม นอกจากนี้เธอยังได้มีที่พักฟรีและยังมีอาหารฟรีอีกด้วยเธอจึงตัดสินใจที่จะมาทำงานที่นี่โดยนายจ้างระบุว่าจะมีการเปลี่ยนวีซ่าการท่องเที่ยวเป็นวีซ่าทำงานให้ภายหลัง  โดยหญิงสาวคนดังกล่าวระบุว่าตนเองนั้นเดินทางมาทำงานที่ประเทศดูไบตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 เดือนกุมภาพันธ์ปีพศ 2564 แล้ว  

          อย่างไรก็ตามหลังจากที่เธอเดินทางมาที่ประเทศดูไบแล้วกลับไม่เป็นไปอย่างที่นายจ้างได้มีการพูดคุยกันเอาไว้เพราะห้องพักที่บอกว่าฟรีนั้นก็เป็นห้องพักรวมซึ่งมีคนอาศัยอยู่ในห้องเดียวกันนั้นเยอะมากเรียกได้ว่าแออัดมากและห้องน้ำก็มีอยู่ห้องเดียวนอกจากนี้อาหารฟรีก็เป็นเพียงแค่กับข้าวอย่างเดียวเท่านั้นกับข้าวต้องเสียค่าใช้จ่ายเองและเมื่อไม่นานมานี้เธอถูกนายจ้างไล่ออกโดยนายจ้างอ้างว่าเธอทำงานไม่เต็มที่ที่สำคัญยังหาว่าเธอแอบสูบบุหรี่ทั้งที่เธอไม่ได้สูบ

          ซึ่งเธอนั้นต้องการที่จะกลับบ้านที่ประเทศไทยแต่ปรากฏว่านายจ้างไม่ยอมคืน พาสปอร์ตให้กับเธอทำให้เธอไม่สามารถเดินทางกลับไทยได้โดยนายจ้างระบุว่าถ้าหากเธออยากได้พาสปอร์ตคืนจะต้องหาเงินไปจ่ายให้กับนายจ้าง 50,000 บาท ซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าวระบุว่าเธอไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้นซึ่งหลังจากที่เธอพูดคุยตกลงกับนายจ้างไม่ได้เธอจึงได้มีการติดต่อสถานกงสุลประจำประเทศดูไบแต่ว่าผ่านไปหลายวันแล้วก็ยังไม่มีความคืบหน้าซึ่งในขณะนี้เธอได้เช่าโรงแรมอาศัยอยู่ทำให้เธอนั้นมีค่าใช้จ่ายในแต่ละวันเยอะมาก

      ซึ่งในขณะนี้เงินที่เธอเก็บไว้งั้นกำลังร่อยหรอเธอจึงอยากขอความช่วยเหลือสถานทูตของไทยให้ช่วยประสานงานให้เธอเพื่อให้เธอนั้นได้กลับบ้าน  อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องนี้ทางด้านสถานกงสุลได้มีการแนะนำให้เธอนั้นร้องเรียนไปที่กระทรวงแรงงานฟูไจราห์  เพื่อยื่นร้องเรียนนายจ้างถ้าหากว่านายจ้างทำผิดตามกฎหมายจริงซึ่งยังไม่มีความคืบหน้าว่าจะมีหน่วยงานไหนช่วยเหลือหญิงสาวคนดังกล่าวให้เดินทางกลับมาประเทศไทยได้หรือไม่ในตอนนี้ 

 

สนับสนุนโดย  gclubฟรี500

เที่ยวเมืองมงส์ ประเทศเบลเยียม

         สำหรับการท่องเที่ยวที่เราจะพาไป เที่ยวเมืองมงส์ ในครั้งนี้ยังคงเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศเบลเยี่ยมและสถานที่ท่องเที่ยวที่เราอยากจะพาไปรู้จักนี้จะเป็นแค่เมืองเล็กๆเท่านั้นแต่บอกได้เลยว่าถึงจะเป็นแค่เมืองเล็กๆนั้นแต่ก็มีความสำคัญกับประเทศเบลเยี่ยมเช่นเดียวกันและที่สำคัญนั้นสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนี้ก็มีเยอะไม่แพ้กับเมืองใหญ่ๆของประเทศเบลเยี่ยมกันเลยทีเดียวโดยเหมือนที่เราจะพาไปเที่ยวกันนี้มีชื่อเรียกว่า  เมืองมงส์ 

         เมืองแห่งนี้นั้นเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับเรื่องของศิลปะและวัฒนธรรม  ซึ่งเมืองนี้ได้มีการถูกคัดเลือกให้เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมของยุโรปเลยทีเดียวประชาชนที่อาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้นั้นมีอยู่ประมาณ หนึ่งแสนคนเท่านั้นแต่อย่างไรก็ตามในขณะนี้มีแนวโน้มว่าประชากรจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากการที่รัฐบาลนั้นมีการรณรงค์ให้ประชาชนนั้นมีลูกกันมากขึ้น           

       อย่างไรก็ตาม เมืองมงส์ อาจจะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในวงการของนักท่องเที่ยวกันมากนัก  แต่ถ้าหากใครที่ชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องของศิลปะวัฒนธรรมจะรู้จักเมืองนี้กันเป็นอย่างดีเพราะที่นี่จะมีการโปรโมทชื่อเสียงของเมืองไปในลักษณะของเมืองแห่งวัฒนธรรมและศิลปะนั่นเองอย่างไรก็ตามถ้ามีโอกาสได้เดินทางมาเที่ยวที่เมืองมงส์ แล้วล่ะก็  สถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนั้นไม่ควรพลาดที่จะไปเลยก็คือ ที่ Belfry of Mons นั่นเองบอกเลยว่าสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ฮิตมากมาก

         สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมา เที่ยวเมืองมงส์ เมืองนี้ซึ่งลักษณะของ Belfry of Mons นั้นจะมีลักษณะคล้ายกับหอระฆังทรงสี่เหลี่ยมซึ่งมีความสูงมาถึง 87 เมตรด้วยกันด้านนอกของตัวหอระฆังแห่งนี้นั้นจะมีการแขวนระฆังเอาไว้ซึ่งนับจำนวนได้ประมาณ 49 ใบในขณะที่ด้านในของหอระฆังแห่งนี้นั้นจะมีการทำเป็นบันไดวนเชื่อมต่อกันเป็นชั้นๆไปจนถึงบนยอดหอคอยซึ่งแต่ละฝังผนังของหอระฆังแห่งนี้จะใช้อิฐในการก่อสร้างต่อกันเป็นชั้นๆจนเป็นยอดสูงซึ่งมีการใช้ it รวมกันทั้งหมดเกือบ 5 แสนก็เลยทีเดียว

          ศิลปะที่ใช้ในการก่อสร้างหอระฆังแห่งนี้นั้นจะมีการออกแบบในรูปแบบของสไตล์บาโรกซึ่งเป็นสไตล์เก่าแก่ในสมัยโบราณและสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นสถานที่แห่งเดียวในเมืองมงส์  ที่มีสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรกนั่นเองแน่นอนว่าด้วยความเก่าแก่ของหอระฆังแห่งนี้ทางด้านยูเนสโกจึงได้มีการยกย่องที่นี่ว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกเลยทีเดียวซึ่งถ้าหากนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสเดินทางมาเที่ยวที่เมืองแห่งนี้ต้องไม่พลาดที่จะแวะมาถ่ายรูปและเดินขึ้นไปบนยอดสูงสุดของหอระฆังเพื่อชมวิวทิวทัศน์รอบเมืองมงส์ นะคะ รับรองว่าคุณจะเจอวิวที่งดงามอย่างแน่นอน    

 

 

สนับสนุนโดย.    Ufabet เข้าสู่ระบบ

พาเที่ยว จตุรัสมาเรียน พลัทซ์  ประเทศเยอรมัน 

ที่ประเทศเยอรมันมี Landmark ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองของประเทศ อัตราได้ว่าอยู่ใจกลางเมืองมิวนิคเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวเดินทางจากต่างประเทศเข้าไปจะต้องไปทำการเช็คอินที่นี่เพราะที่นี่เรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมที่มีการพูดถึงเป็นอย่างมากโดยที่นี่เรียกว่าจัตุรัสมาเรียนพลัสหรือคนที่เยอรมันรีรู้จักกันดีในนามของจัตุรัสมารีนั่นเอง 

        ลักษณะของจัตุรัสแห่งนี้นั้นจะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมซึ่งแต่เดิมที่นี่ถูกเรียกว่าตลาดสี่เหลี่ยมหลังจากนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงโดยมีการตั้งชื่อใหม่ว่า New Town Hall   แน่นอนว่าที่นี่นั้นเป็นศูนย์รวมของสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่และยังทรงคุณค่าโดยที่นี่มีทั้งศาลากลางเก่านอกจากนี้ยังมีซุ้มประตูที่มีความงดงามมีเอกลักษณ์เป็นของตนเองและยังมีหอคอยสูงเด่นเป็นสง่า คล้ายกับปราสาทในเทพนิยายเลยทีเดียว

      ลักษณะของนิวทาวน์แห่งนี้หรือศาลากลางแห่งนี้นั้นจะมีการสร้างเป็นรูปปั้นซึ่งเป็นเสาสูงลักษณะของรูปปั้นนั้นจะเป็นรูปของพระแม่มารีสีทองซึ่งอยู่ด้านบนสุดของเสานอกจากนี้ด้านล่างยังมีเป็นรูปปั้นของอัศวินที่กำลังต่อสู้กับเหล่าปีศาจหมู่และที่บริเวณนี้มีการสร้างน้ำพุ Blood เอาไว้อีกด้วยนอกจากนี้ที่นี่ยังมี หอคอย  ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกที่ชื่อว่าหอคอย   Glockenspiel  

      ที่จัตุรัสมาเรียน พลัทซ์แห่งนี้นั้นจะมีสถานที่ท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวนั้นแวะไปเที่ยวได้เยอะแยะเต็มไปหมดไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ของเล่นซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากมากับเด็กๆแล้วเราก็จะต้องชื่นชอบอย่างมากเลยทีเดียว    นอกจากนี้ไม่ไกลจากที่นี่มากนักก็มีโบสถ์ซึ่งเป็นโบสถ์ ที่มีความสวยงามโดยโบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากกระเบื้องโมเสดทั้งหมดจึงให้ความสวยงามระยิบระยับแปลกตาดีทีเดียว

       ในขณะเดียวกันบริเวณพื้นที่ตรงกลางของจัตุรัสมาเรียน พลัทซ์แห่งนี้ในช่วงฤดูร้อนจะมีการจัดการแสดงโชว์ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันนั่นก็คือการจัดระบำตุ๊กตา  ซึ่งหากนักท่องเที่ยวคนไหนอยากจะชมจะมีเปิดให้ชมการแสดงอยู่ทั้งหมด 2 ช่วงด้วยกันโดยจะแสดงช่วงเวลาประมาณ 11:00 น   -12.00 น.  ส่วนอีกช่วงนึงนั้นก็จะเป็นการจัดแสดงตั้งแต่เวลา 17:00 น เป็นต้นไป  

          อย่างไรก็ตามสำหรับการแสดงระบำตุ๊กตานั้นจะงดการจัดแสดงในช่วงฤดูหนาวก็คือช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์เนื่องจากว่าอากาศค่อนข้างเย็นโดยในช่วงนี้จะมีการจัดแสดงแค่เฉพาะช่วงเวลา 11:00 น ถึง 12:00 น เท่านั้นแต่ช่วงเวลา 17:00 น จะมีงดการแสดงนั่นเอง 

   สำหรับที่บริเวณ จตุรัสมาเรียน พลัทซ์  แห่งนี้นั้นเชื่อว่านักท่องเที่ยวต้องใช้ระยะเวลาในการเดินเที่ยวเป็นวันวันเลยทีเดียวกว่าจะเที่ยวครบในเขตพื้นที่นี้ทั้งหมด

 

 

ขอบคุณผู้สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ufabet เว็บแม่

รัฐควิเบก ประเทศแคนาดา 

          เมืองหลวงของแคนาดาคือรัฐออนตาริโอ แต่ในขณะเดียวกัน  รัฐที่ใหญ่ที่สุดของประเทศแคนาดา นั้นกับเป็นรัฐควิเบกซึ่งรัฐนี้มีความสวยงามมากเลยทีเดียว   สำหรับสมญานามของรัฐแห่งนี้นั้นเรียกได้ว่าเป็นยุโรปแห่งอเมริกาเหนือส่วนสาเหตุนั้นก็เพราะว่าที่นี่มีกลิ่นอายความเป็นยุโรปในยุคโบราณเป็นอย่างมากและมีสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่มากมายภายในรัฐแห่งนี้

         ในอดีตกาลนั้นมีกลุ่มพ่อค้าชาวฝรั่งเศสและนักเดินเรือได้มีการเดินทางมาที่วัดแห่งนี้ซึ่งในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงต้นศตวรรษที่ 17 ทำให้สถานที่แห่งนี้นั้นสิ่งก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นตัวอาคารบ้านเรือนหรือแม้แต่ร้านค้าจึงมีลักษณะของการปลูกสร้างเป็นศิลปะวัฒนธรรมคล้ายกับของประเทศฝรั่งเศสมากเลยทีเดียวหรืออาจจะกล่าวได้ว่าภายในรัฐควิเบกแห่งนี้มีความเป็นฝรั่งเศสมากที่สุดดังนั้นถึงแม้ว่าคุณจะไปเที่ยวที่ประเทศแคนาดาแต่คุณก็ยังได้รับกลิ่นอายของประเทศฝรั่งเศสได้ถ้าหากคุณเดินทางมาที่รัฐควิเบกแห่งนี้นั่นเอง 

         บรรยากาศภายในรัฐควิเบกต้องบอกว่าที่นี่ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีคุณแทบจะเห็นภูเขากลายเป็นสีแดงสีส้มสลับเขียวเรียกได้ว่าเป็นเมืองในฝันหรือเมืองในเทพนิยายเลยก็ว่าได้อีกทั้งที่นี่ยังมีทะเลสาบขนาดใหญ่อกล้อมทำให้บรรยากาศของรัฐควิเบกแห่งนี้นั้นมีความสวยงามเรียกได้ว่าสวยจนน่าสะพรึงเลยทีเดียว   โดยเฉพาะในช่วงที่ไปเมลเบิร์นเปลี่ยนสีเป็นสีแดงจะทำให้เมืองนี้มีสีสันที่สดใสเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

        ซึ่งแน่นอนว่าบรรยากาศภายในรัฐควิเบกนี้เหมาะอย่างยิ่งกับการมานั่งปิกนิกจิบกาแฟหรือจิบน้ำชายามบ่ายหรือแม้แต่เดินออกกำลังกายเล่นแบบชิวๆ   อย่างไรก็ตามใน รัฐควิเบก นี้ มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวทำมากมายเช่นหากใครที่ชื่นชอบกิจกรรมแนวผจญภัยทั้งหลายแหล่คุณก็สามารถที่จะเล่นสกีได้ในช่วงฤดูหนาวหรือจะปีนเขาเดินป่าก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันในขณะเดียวกันถ้าใครชอบสำรวจก็สามารถที่จะสำรวจซากเรืออับปางที่อยู่ใต้น้ำหรือพายเรือและดำน้ำก็ได้

        นอกจากนี้บรรยากาศของรัฐควิเบกนั้นเป็นบรรยากาศค่อนข้างที่จะเงียบสงบอยู่ท่ามกลางธรรมชาติซึ่งแตกต่างกับรัฐออนตาริโออย่างชัดเจนเลยทีเดียวเพราะรัฐออนตาริโอนั้นเป็นเหมือนกับศูนย์รวมทางด้านเศรษฐกิจในขณะที่รัฐควิเบกนี้เป็นศูนย์รวมเกี่ยวกับธรรมชาติอย่างแท้จริงซึ่งวิวทิวทัศน์ส่วนใหญ่นั้นก็จะมีภูเขาอบรมรอบเต็มไปหมดทำให้บรรยากาศของที่นี่เป็นบรรยากาศแบบธรรมชาติดังนั้นหากนักท่องเที่ยวคนไหนชื่นชอบธรรมชาติและไม่ชอบแสงสีเสียงแนะนำว่ามาเที่ยวที่รัฐควิเบกรับรองคุณไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน 

 

สนับสนุนโดย    ติดต่อ ufabet

ไทม์สแควร์นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา  

          จุดเช็คอินที่เป็นแหล่งสำคัญของประเทศสหรัฐอเมริกานอกเหนือจากเทพีสันติภาพและสะพานโกลเดนเกตแล้วอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปทำการเช็คอินนั่นก็คือย่าน Times  Square นั่นเองโดยสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นั้นนับได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่อเมริกาจะต้องแวะมาเที่ยวก่อนเดินทางกลับประเทศอย่างแน่นอนเพราะที่นี่นั้นคืนแหล่งเศรษฐกิจและแหล่งเทคโนโลยีใหม่ๆที่สำคัญของประเทศอเมริกาเลยทีเดียว 

        สำหรับที่นี่แต่เดิมไม่ได้ชื่อว่าไทม์สแควร์แต่มีการตั้งชื่อเอาไว้ว่าลองแก Square   ซึ่งถ้าหากว่าพูดถึงลองแกเชื่อว่าคงไม่มีใครรู้จักที่นี่กันแล้วถ้าไม่ใช่คนในพื้นที่เพราะคนส่วนใหญ่นั้นรู้จักที่นี่ในนามของชื่อใหม่ก็คือไทม์สแควร์นั่นเอง  สำหรับชื่อไทม์สแควร์นั้นมีการเรียกกันมาหลังจากที่บริเวณนี้นั้นได้มีการก่อสร้างตึกใหม่ขึ้นมาซึ่งตึกดังกล่าวนั้นชื่อว่าตึกไทม์  

        หลังจากนั้นก็มีการเรียกตรงบริเวณนี้ตามชื่อตึกนั้นเอง  ซึ่งตึกดังกล่าวนั้นเป็นตึกที่สร้างขึ้นมาของหนังสือพิมพ์ชื่อดังของประเทศสหรัฐอเมริกานั่นก็คือเดอะนิวยอร์กไทมส์นั่นเองโดย ตึกนี้นั้นคือจุดที่ตั้งของ สำนักงานใหญ่ของหนังสือพิมพ์      สำหรับย่าน Time Square นั้นเป็นย่านที่มีการตัดกันของถนนหลายสายไม่ว่าจะเป็นถนนบอร์ดฟรหรือถนน เซเวนท์ เอเวนิว  

          นอกจากนี้ย่าน Time Square อยู่ในเขตพื้นที่ของแมนฮัตตันซึ่งเป็นเมืองสำคัญของประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเมืองนี้มีความสำคัญสูงสุดของประเทศสหรัฐอเมริกาเลยก็ว่าได้เพราะเป็นบริเวณพื้นที่ของการทำธุรกิจใหญ่ๆระดับโลกซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะมีการตั้งตึกสำนักงานใหญ่ตรงบริเวณนี้กันเกือบทั้งหมดทำให้บรรยากาศโดยรวมของที่นี่นั้นคึกคักไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลากลางวันหรือกลางคืนจะสังเกตเห็นได้ว่าผู้คนจะเดินไขว้กันไปมาเต็มไปหมดและมีตึกสูงขึ้นเต็มมากมายเลยทีเดียวนอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นแหล่งเทคโนโลยีที่สำคัญและทันสมัยของประเทศสหรัฐอเมริกาเลยก็ว่าได้

      ผู้คนส่วนใหญ่มักเดินทางมาที่ย่านทาง Square เนื่องจากว่าจะต้องมีการมาทำงานที่สำนักงานใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นอยู่บริเวณแถวนี้และที่นี่คือสถานที่ที่เป็นศูนย์กลางของถนนที่เราสามารถเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวได้หลายหายโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากใครอยากจะไปตรงบริเวณถนนบอร์ดเวย์ซึ่งเป็นถนนที่มีแหล่งท่องเที่ยวเกี่ยวกับเรื่องของดนตรีและเสียงเพลง ต้องผ่านมาถนน เส้นนี้

         นอกจากนี้ในทุกๆปีในช่วงปีใหม่นั้นยังเป็นสถานที่สำหรับการจัดงาน countdown อีกด้วยเรียกได้ว่าถ้าหากใครที่ได้ชมการถ่ายทอดสดการนับถอยหลังในช่วงปีใหม่จะเห็นได้ว่าที่ Time Square แห่งนี้คือสถานที่จัดงานที่มีความสวยงามโด่งดังไปทั่วโลกดังนั้นที่นี่จึงเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนิวยอร์กอย่างแท้จริง       

 

 

สนับสนุนโดย    ติดต่อ ufabet

นิทรรศการ รักดอกไม้

           ที่มีนบุรี  ได้มีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับการรับดอกไม้ด้วยการจัดงานในครั้งนี้นั้นได้มีการตั้งชื่อของนิทรรศการนี้เอาไว้ว่า  กรุ่นกลิ่น หรือ  RakDok LaLagoon I Scent ซึ่ง เป็นสถานที่ทอ่งเที่ยวสำหรับคนที่ชื่นชอบการถ่ายรูป และชอบดอกไม้  โดยจะมีการนำดอกไม้มาจัดเป็นสวนเนรมิตให้มีความสวยงามซึ่งเป็นการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับดอกไม้กลางแจ้งโดยจะมีการนำดอกไม้แต่ละชนิดมาจัดไม่ซ้ำกัน

         ซึ่งกิจกรรมนี้หรือนิทรรศการนี้นั้นจะมีการจัดขึ้นตลอดทั้งปีและถ้าหากนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวในช่วงฤดูที่แตกต่างกันก็จะเห็นว่าดอกไม้ในแต่ละช่วงฤดูนั้นก็จะมีความแตกต่างกันด้วยซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้ที่จัดงานนิทรรศการนี้จะมีการนำดอกไม้ตามฤดูกาล มาจัดเพื่อสร้างความสวยงามและความแปลกใหม่สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนแนะนำว่าที่จังหวัดตากนอกจาก อากาศบริสุทธิ์แล้วยังมีนิทรรศการดอกไม้ให้คุณได้ไปถ่ายรูปสวยๆตามมุมต่างๆในงานนิทรรศการแห่งนี้ได้อีกด้วย 

         การจัดนิทรรศการรักดอกไม้นี้ทางผู้จัดงานไม่ได้มีการเพียงแค่เอาต้นไม้มาวางรวมกันให้เกิดความสวยงามอย่างเดียวเพียงเท่านั้นแต่ยังมีการสร้างบรรยากาศให้เหมือนกับเป็นหมู่บ้านกลางป่าซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดเล็กที่มีความสวยงามของดอกไม้นานาชนิดขึ้นเต็มไปหมดที่สำคัญหมู่บ้านนี้จะมีการตั้งอยู่ตรงบริเวณริมทะเลสาบโดยอาศัยการตัดนิทรรศการแห่งนี้ใกล้กับบึงไมตรีจิตคลองสามวานั่นเอง

   ซึ่งภายในงานนั้นจะมีการแบ่งออกเป็นทั้งหมดด้วยกัน10  โซนหวยโดยแต่ละโซนนั้นจะมีการปรับแสงสีสันแตกต่างกันออกไปอย่างเช่นโซนซัมเมอร์ซึ่ง โซนนี้ นั้นจะมีการนำดอกไม้และต้นไม้สีขาวมาประดับให้บรรยากาศเหมือนกับว่าโซนนี้เป็นโซนของฤดูหนาวที่คุณจะต้องเจอกับหิมะที่ปกคลุมต้นไม้และดอกไม้เต็มไปหมดและยังมีการตกแต่งโซนนี้ ให้มีอากาศเย็นสบาย โดยโซนี้มีชื่อว่า warmest Snow 

      ส่วนโซนต่อมาคือ Peacefully Floating   สำหรับโซนนี้จะมีการตกแต่งโทนสีส้ม มีการวางโต๊ะและเก้าอี้สีขาวมาตั้งกลางดอกไม้ ทำให้ดูโรแมนติกมากมากเลยทีเดียว   โซนต่อมาคือ Flying Far สำหรับโซนนี้จะมีการนำดอกไม้มาห้อย โดยเน้นดอกไม้สีพาสเทล   บรรยากาศเหมือนนักทอ่งเที่ยวกำลังเดินอยู่ท่ามกลางกลุ่มเมฆสีลูกกวาด โซนนี้จะมีการนำเก้าอี้สูงๆมาตั้งเอาไว้ เพื่อนักท่องเที่ยวจะได้ถ่ายรูปกับดอกไม้ที่ห้อยอยู่นั่นเอง

       ภายในงานยังมีโซนอื่นอื่นอีกเช่น  Mysterious sense , Hitting Cliff Wind  , Moring Mist , Midnight Dew , Cold and Warmth , Fresh Air และ In love เป็นต้น 

 

สนับสนุนโดย    UFABET เว็บตรง

พาเที่ยวทะเลสาบมรกตที่ ประเทศบราซิล

             ทะเลทราย สถานที่ที่แห้งแล้งที่สุด สถานที่ที่มีเพียงแค่ต้นกระบองเพชรที่โตได้ เหตุผลที่ทะเลทรายมีเพียงแค่ต้นกระบองเพชรก็เพราะทะเลทรายมีน้ำจำนวนที่น้อยมากมากจนไม่สามารถมีตัวอะไรใช้ชีวิตอยู่ได้ แต่ที่แปลกมากคือที่ประเทศบราซิลนั้นกลับมีทะเลทราบเกิดขึ้นที่ทะเลทรายสีขาว 

               หลังจากที่มีข่าวออกไปว่ามีทะเลทราบกลางทะเลทรายนั้นประเทศบราซิลก็กลายเป็นจุดสนใจของทั่วโลกทันทีหลังจากนั้นจากทะเลทรายที่แสนจะเงียบสงบก็มีคนมาท่องเทียวกันเต็มไปหมดหลังจากที่มีการค้นพบที่นี้นั้นส่วนหนึ่งของทะเลทรายก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานบราซิลเรากลับมาพูดถึงเรื่องทะเลทราบกันต่อดีกว่าค่ะ น้ำที่ทะเลทราบเรียกได้ว่าใสมากมากเลยทีเดียว น้ำที่นี้นั้นจะเป็นสีออกฟ้ามรกตดูแล้วน่าเล่นมาก

               โดยนอกจากน้ำที่นี้จะเย็นสบายมากแล้ววิวรอบข้างระหว่างเล่นน้ำก็สวยอีกด้วย อากาศร้อนๆของทะเลทราย+กับน้ำเย็นที่ทะเลทราบแถมยังวิวทรายสีขาวอีก อะไรจะสวรรค์ขนาดนี้!! โดยทรายสีขาวที่นี้นั้นถ้ามองแบบเผลอๆแล้วก็แลดูเหมือนกับหิมะเลยก็ว่าได้ สำหรับใครที่อยากไปช่วงที่อากาศเย็นๆน้ำใสๆนั้นก็ต้องเลือกไปช่วงฤดูฝนหรือเดือน กรกฎาคมหรือกันยายน ช่วงเวลาที่พูดไปนี้จะเป็นช่วงเวลาที่น้ำจะใสมากที่สุด ใสอย่างกับเพชรเลยค่ะ! 

            ที่นี้นั้นถือเป็นสถานที่ติดอันดับ 10 สถานที่น่าเที่ยวในบราซิลเลยล่ะค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวประเทศบราซิลแล้วล่ะก็จะต้องลองไปเที่ยวที่นี้ให้ได้เลยนะคะ ไม่งั้นจะถือว่าพลาดอย่าแรงเลยทีเดียว โดยบางทีคนอาจจะเยอะหน่อยดังนั้นหากใครที่อยากมาตอนคนน้อยๆก็ต้องรีบไปตอนอุทยานพึ่งเปิดให้เข้าไม่นานเพราะช่วงเวลานั้นจะเป็นช่วงที่คนน้อยที่สุดนั้นเอง หากใครที่ไม่อยากเล่นน้ำที่นี้ก็มีอย่างอื่นให้เล่นอีกและอย่างอื่นที่เราพูดถึงนั้นก็คือการเล่น Sand board 

            โดยการเล่นนี้จะเป็นการน้ำ Sand boardมาวางไว้ตรงจุดสูงสุดแล้วไถลลงมาตามทางเป็นอีกหนึ่งเกมที่นิยมเล่นมากจากนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี้ มีวิธีในการเดินทางมาที่นี้นั้นก็คือเราต้องเช่ารถเพื่อนที่จะได้เดินทางไปยังอุทยานได้ โดยรถนี้นั้นจะมีรอบขับไปส่งแค่รอบเดียวต่อวันเท่านั้นโดยจะเปิดรับตอนช่วง สิบโมงจนถึงบ่ายสาม โดยค่าเช่ารถจะต้องจ่าย 60 BRL แปลงเป็นเงินไทยก็จะประมาณ 344.29 บาทค่ะ   สำหรับใครที่สนใจก็ต้องลองไปเที่ยวกันดูนะคะ

 

 

สนับสนุนโดย    ufabet เว็บหลัก

ท่องเที่ยวพัทยา ดูปะการังเกาะแก่ง ชมวิวเกาะนวล

ซึ่งการที่เราได้มาท่องเที่ยวอย่างจรริงจังในชุมชนที่ตัวเองเติบโตมานั้นกลับได้ให้ความสบายใจและแปลกใจในทิวทัสน์ที่อยู่ใกล้จนเราไม่เคยได้พบเห็นเรือได้แล่ลนออกไปในบริเวณรอบเกาะและดูเหมือว่าใกล้จะได้เวลาอาหารกลางวันและดูเหมือนว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีคลื่นเท่าไหร่นัก

นอกจากนี้ก็ยังได้พอมีเวลาที่จะได้หาปลาในมื้อกลางวันของเราและเพื่อนด้วยการตกปลาและตกหมึกอยู่กลางทะเลโดยเราก็จะตกเอาขึ้นมาเพื่อเป็นอาหารอย่างพอกินในมื้อนี้เท่านั้นและหลังจากที่เราได้ตกปลาและหมึกขึ้นมาได้อยู่พอสมควรแล้วก็ได้เวลาที่จะให้พี่ๆในเรือช่วยทำอาหารให้เรากินก่อนที่เรือจะแล่นไปยังเกาะแก่ง

เพื่อที่จะหาจุดที่มันเหมาะสมในการดำน้ำดูปะการังแล้วค่อยขึ้นจากน้ำมากินปลาให้หายเหนื่อยในช่วงบ่ายของวันที่เริ่มจะมีแสงแดดให้เราได้อบอุ่นขึ้นบ้างคงจะนับครั้งได้ที่เราจะลงมาดำน้ำดูปะการังซึ่งจริงๆแล้วก็ดูเป็นกิจกรรมหนึ่งที่เราชอบแต่ก็ไม่รู้ทำไมถึงได้มีโอกาสทำไม่บ่อยนักแต่ก็ถือว่าโชคดีที่เราได้เดินทางมาถึงยังท้องทะเลที่วันนี้ได้ถูกจำศีลเป็นระยะเวลาสั้นๆ

กระทั่งทำให้เราได้เห็นความสมบูรณ์ของปะการังและฝูงปลาที่แหวว่ายอยู่ใต้ท้องทะเลเป็นภาพที่สว่างขึ้นในฝั่งตรงข้ามของพัทยาที่ยังพอจะทำให้รู้ว่าอย่างน้อยเรื่องที่ดูจะเลวร้ายที่สุดก็จะยังคงมีเรื่องที่ดีอยู่บ้างในภายใต้ท้องทะเล ณ เกาะล้านแห่งนี้

ดังนั้นก็ได้วลาที่จะขึ้นจากเรือเพื่อมาชิมปลาที่เราได้ตกขึ้นมาในฝีมือการทำซาชิมิของพี่ๆชาวเกาะถือเป็นมืออาหารที่เรียบง่ายและอร่อยครบเครื่องบนเรือลำนี้และกุ้งมังกรสุดมื้อท้ายสุดพิเศษที่พี่ไข่ก๊องแบ่งให้เรากินบนเรือและเมื่อท้องอิ่มก็ได้เวลาที่ต้องเดินทางต่อ

ซึ่งไม่นานเรือของเกาะล้านสไมล์ก็มาส่งเรายังฝั่งเป็นช่วงเวลาที่พี่อาร์ตได้รับช่วงต่อบนเกาะสำหรับการพานักท่องเที่ยวจากพัทยาท่องเที่ยวเกาะล้านในวันนี้และเมื่อกลับมายังเกาะล้านพี่เขาได้พาเรานั่งรถมอเตอร์ไซค์ท่องเที่ยวภายในเกาะที่ดูจะไร้วี่แววของนักท่องเที่ยว

เพราะฉะนั้นมันเลยเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้รู้สึกว่าได้เหมาเกาะมาท่องเที่ยวเพียงคนเดียวซะแล้วซึ่งเมื่อขี่รถมาได้ไม่นานเราก็มาถึงยังหาดนวลที่ตั้งอยู่อย่างเงียบสงบภายในเกาะล้านภาพชายหาดสีขาวที่กว้างไกลกับชายหาดที่เต็มไปด้วยแนวปะการังคล้ายจะเป็นภาพของคนที่เดินทางมาติดเกาะที่เงียบสงบที่มักจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจากต่างชาติในสถานที่แห่งนี้

 

สนับสนุนโดย    แทงบอลออนไลน์ ภาษาไทย