วัดปราสาท จังหวัดนนทบุรี 

  วัดปราสาท จังหวัดนนทบุรี  ที่จังหวัดนนทบุรีมีวัดแห่งหนึ่งที่มีความเก่าแก่และมีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ของตนเองโดยวัดแห่งนี้ได้ถูกกรมศุลกากรทำการจดทะเบียนขึ้นเป็นโบราณสถานแห่งชาติไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เนื่องจากว่าความมีเสน่ห์ของอุโบสถที่มีการก่อสร้างในรูปแบบของศิลปะสมัยของอยุธยาด้วยอุโบสถแห่งนี้นั้นจะเป็นอุโบสถแบบมหาอุดซึ่งหมายถึงว่าอุโบสถแห่งนี้จะมีทางเข้าออกเพียงแค่ทางเดียวเท่านั้น

        โดยทางด้านหลังหรือแม้แต่ทางด้านข้างนั้นจะไม่มีแม้แต่ประตูหน้าต่างจะเป็นเพียงแค่ผนังอย่างเดียวเท่านั้นซึ่งตัวผนังนั้นก็มีการวาดลวดลายเอาไว้อย่างสวยงามส่วนทางด้านหน้าที่เป็นประตูทางเข้านั้นมีการสร้างไว้เป็นแบบประตูทรงสูงคล้ายๆกับปราสาท

นอกจากนี้ยังมีการปั้นรูปปั้นลวดลายวิจิตรบรรจงงดงามมาประดับตกแต่งเอาไว้ตรงบริเวณหน้าประตูทางเข้าซึ่งภายในโบสถ์แห่งนี้จะมีการนำพระประธานมาประดิษฐ์ฐานเอาไว้อยู่ด้านในเพื่อให้ผู้คนเข้ามากราบไหว้

      นอกจากนี้เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของพระอุโบสถแห่งนี้ก็คือตัวลักษณะของตัวพระอุโบสถที่มีการก่อสร้างนั้นจะมีลักษณะคล้ายกับท้องเรือสำเภา

ซึ่งจะมีความโค้งเหมือนกับก้นเรือจะไม่เหมือนกับอุโบสถทั่วไปที่เป็นลักษณะของพื้นเรียบปกติและนี่เองถือว่าเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นที่ไม่เหมือนใครของอุโบสถแห่งนี้เพราะชาวบ้านมักเรียกอุโบสถแห่งนี้ตรงตามลักษณะของรูปลักษณ์ของท้องเรือสำเภาว่าตกท้องช้างนั่นเอง

        เมื่อนักท่องเที่ยวเข้าไปภายในอุโบสถจะเห็นว่ามีพระพุทธรูปเป็นจำนวนมากที่ถูกนำมาประดิษฐ์ฐานเอาไว้ภายในพระอุโบสถแห่งนี้

ซึ่งพระพุทธรูปส่วนใหญ่นั้นจะเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิโดยพระประธานที่ถูกนำประดิษฐานไว้ในอุโบสถแห่งนี้เป็นหลวงพ่อใหญ่หรือที่เรารู้จักกันในนามของพระพุทธรูปปราสาททองนอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปองค์เล็กๆมากมายอีกมากกว่า 25 องค์ซึ่งมีทั้งปางมารวิชัยและปางสมาธิรายล้อมพระพุทธรูปหลวงพ่อใหญ่อยู่ในลักษณะของการกราบไหว้บูชา

            ภายในอุโบสถนั้นจะเงียบสงบและเย็นสบายดีมากๆเหมาะอย่างยิ่งกับการที่ต้องการความเงียบสงบเพื่อมานั่งสมาธิหรือสวดมนต์ภาวนาสำหรับใครที่มีความเครียดมีเรื่องรบกวนจิตใจแนะนำว่ามาที่วัดประสาทแล้วก็มาไหว้พระที่พระอุโบสถแห่งนี้คุณจะพบกับความสบายใจได้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามบริเวณผนังของตัวพระอุโบสถนั้นจะมีการวาดภาพเป็นจิตรกรรมฝาผนังเอาไว้ซึ่งถ้าหากไปดูใกล้ๆจะเห็นได้ว่าเป็นทศชาติชาดกซึ่งบอกเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของพระพุทธเจ้าในแต่ละชาติแต่เนื่องจากว่าวัดแห่งนี้และอุโบสถแห่งนี้มีอายุเก่าแก่หลายร้อยปีแล้วจึงทำให้ภาพนั้นไม่ค่อยชัดเจนมากนักเพราะว่าสึกกร่อนไปตามกาลเวลานั้นเอง 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.  แจ้งฝาก-ถอน ufabet

ที่พักสไตล์ปราสาทที่น่าสนใจและน่าไปทำการพักผ่อน

ที่พักสไตล์ปราสาท ใกล้ถึงปลายปีแล้ว หลายคนกำลังมองหาบ้านพักงามๆเพื่อท่องเที่ยวพักกับครอบครัว ซึ่งในบ้านพวกเรามีมากมายหลายสไตล์ให้ได้ไปเช็กอิน วันนี้ก็เลยต้องการจะเสนอแนะบ้านพักบรรยากาศดีให้เป็นอีกหนทาง กับบ้านพักสไตล์วัง งาม หรู เหมือนกับเราได้ทำการพักผ่อนอยู่ในวังของเจ้าหญิง-เจ้าชายในเทพนิยาย จะมีตรงไหนน่าดึงดูดบ้าง ไปดูกัน

  1. Mövenpick Resort Khao Yai จังหวัดนครราชสีมา

บ้านพักหรูหราระดับ 5 ดาว เป็นบ้านพักยอดฮิตอันดับแรกๆของเขาใหญ่ ด้วยมีการดีไซน์สถาปัตยกรรม การตกแต่งข้างใน แล้วก็ทิวทัศน์วิวที่สวย บรรยากาศเหมือนกับบ้านพักในยุโรป เด่นด้วยตึกทรงพระราชวังรวมทั้งแนววินเทจ ล้อมด้วยยอดเขากว้างขวาง ห้องเช่าตกแต่งสวยงามด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาสูง เห็นทิวทัศน์ได้จากเตียง มีให้เลือกอีกทั้งแบบห้องเช่า เพนต์เฮาส์ วิลล่า และก็พูลวิลล่า ครบถ้วนไปด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆรวมทั้งห้องอาหาร แล้วก็ห้องสำหรับประชุมประชุมสัมมนา

  1. U Khao Yai จังหวัดนครราชสีมา

บ้านพักเขาใหญ่บรรยากาศสงบเงียบ ตั้งอยู่ในธรรมชาติอันสวยงาม ใกล้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในบรรยากาศที่ราวดูกับเหมือนว่าเราได้อยู่ในหมู่บ้านแสนอบอุ่นแบบหมู่บ้านต่างจังหวัดของประเทศฝรั่งเศส พร้อมกับตึกสไตล์พระราชวังเสมือนว่าเราได้อยู่ในเทพนิยาย ให้บริการที่พักรวมทั้งห้องสวีตรวม 63 ห้อง ดีไซน์อย่างใส่ใจในทุกรายเรื่อง ที่พร้อมดูแลลูกค้าด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกล้ำยุค มีบริการอื่นๆ ด้านในเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์พร้อมได้แก่ สระว่ายน้ำที่โล่งแจ้งขนาดใหญ่ ห้องบริหารร่างกาย เพลย์รูมสำหรับเด็ก สปาเพื่อสุขภาพ ร้านอาหารสไตล์ประเทศฝรั่งเศส ห้องที่ใช้ในการประชุมสัมมนา รวมทั้งสถานที่จัดเลี้ยง

  1. Chateau de Khaoyai จังหวัดนครราชสีมา

ชักชวนหลับไปกับบ้านพักเขาใหญ่ ซึ่งได้รับแรงดลใจมาจากสถาปัตยกรรมดีไซน์ชาโต ประเทศฝรั่งเศส ยิ่งใหญ่ สวย อยู่ตรงกลางพื้นที่สีเขียวกว่า 100 ไร่ ผู้เข้าพักจะได้สัมผัสกับธรรมชาติแล้วก็โอโซนอันบริสุทธิ์อย่างเต็มที่ โดยบ้านพักจะแบ่งเป็นโซนต่างๆมากมายในนั้นก็มี Mountain Villa สวยงามโอ่อ่าตามแบบสถาปัตยกรรม Colonial Style มีหอสังเกตการณ์ปราสาทที่สะดุดตา น่าประทับใจจนทำให้เราไม่ต้องการตื่นจากนิทรา

  1. The Blue Sky Resort Khaokho จังหวัดเพชรบูรณ์

คิดจากแนวความคิดบ้านพักอาศัยในประเทศอังกฤษแถบบ้านนอก ตัวรีสอร์ตถูกตกแต่งให้มีความรู้สึกแสดงถึงความเป็นอังกฤษ บรรยากาศถูกปรับแต่งให้ผู้เข้าพักรู้สึกเหมือนกับว่าอยู่ที่ยุโรป มีสวนแบบอังกฤษให้เดินเที่ยวชิลๆดูทิวทัศน์เทือกเขารอบด้านอาคารที่พักก็ออกแบบในสไตล์ยุโรป โดยเฉพาะห้องพักแบบ Villa Loft และแบบ Villa Family ที่มีหอคอยปราสาทอยู่ด้านหลังบ้านพัก มีความเป็นส่วนตัว จะเดินขึ้นไปชมวิวเมื่อไรก็ได้ บรรยากาศราวกับบ้านที่อยู่ในนิทานพื้นบ้านตะวันตก

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ฝากเงิน ออโต้

วัดธรรมามูลวรวิหาร จังหวัดชัยนาท 

   วัดธรรมามูลวรวิหาร เชื่อว่าสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดชัยนาทนั้นถ้าหากไม่ใช่คนในพื้นที่จริงๆอาจจะไม่ค่อยมีความรู้มากนักว่าจังหวัดชัยนาทนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้าง

ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจซึ่งในบทความนี้จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นวัดเก่าแก่โบราณโดยวัดแห่งนี้นั้นว่ากันว่าถูกสร้างมาตั้งแต่สมัยตอนต้นของกรุงศรีอยุธยา 

         ที่สำคัญมีการระบุเอาไว้ว่ากษัตริย์ที่สั่งให้สร้างวัดแห่งนี้นั้นก็คือพระร่วงหรือพระ  อย่างไรก็ตามสำหรับความเชื่อนี้ไม่ได้เป็นการพูดกันแบบลอยๆเท่านั้น เพราะมีหลักฐานที่สามารถอ้างอิงได้ว่าพระมหาธรรมราชานั้นเป็นคนสร้างวัดแห่งนี้ด้วยพระพุทธรูป และใบเสมาคู่ซึ่งเป็นศิลปะการก่อสร้างตั้งแต่สมัยอยุธยาและนี่คือชิ้นส่วนหรือหลักฐานที่สำคัญที่แสดงให้เห็นว่าสิ่งต่างๆที่ถูกสร้างภายในวัดแห่งนี้นั้นมีความเก่าแก่อายุยาวนานหลายร้อยปีจริง 

          สำหรับวัดแห่งนี้มีชื่อเรียกว่าวัดธรรมามูลวรวิหาร  เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปภายในบริเวณวัดสิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ทำก็คือการเข้าไปภายในมหาวิหารเพื่อที่จะได้ไปกราบไหว้ขอพรพระพุทธรูปซึ่งเป็นพระประธาน

โดยที่วัดธรรมามูลวรวิหารแห่งนี้มีหลวงพ่อธรรมจักรนั้นเป็นพระประธานอยู่ในพระวิหารนอกจากนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีความ เก่าแก่โบราณ และมีความสวยงามในเรื่องของการก่อสร้างเพราะเป็นศิลปะสมัยเชียงแสนตอนปลายผสมผสานกับสมัยอยุธยาและสุโขทัยเรียกได้ว่าพระพุทธรูปองค์นี้น้ำเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดชัยนาทเลยทีเดียว 

        ภายในบริเวณนั้นมีความเงียบสงบถึงแม้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวพากันหลั่งไหลมากราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในบริเวณวัดแต่ทุกคนนั้นก็กระทำด้วยความสงบเสงี่ยม นอกจากนี้ภายในอุโบสถของภายในวัดนั้นก็จะมีพระพุทธรูปซึ่งถูกสร้างมาในสมัยศิลปะอู่ทอง

  โดยพระพุทธรูปดังกล่าวนั้นจะเป็นพุทธรูปปางมารวิชัย  ว่ากันว่าพระพุทธรูปองค์นี้ก็มีความเก่าแก่ไม่แพ้กันเพราะลักษณะของศิลปะความงามนั้นน่าจะสร้างมาตั้งแต่ช่วงสมัยสุโขทัยนอกจากนี้ภายในอุโบสถนั้นยังมีรอยพระพุทธบาทให้ประชาชนได้กราบไหว้อีกด้วย  ภายในวัดนั้นเป็นพื้นที่โล่งแต่ทางวัดก็มีการสร้างหลังคาคลุมพื้นที่เอาไว้เพื่อกันแดดและกันฝนให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาทำบุญที่วัดแห่งนี้ 

   สำหรับวัดธรรมามุลวรวิหารแห่งนี้จะมีด้านหนึ่งของวัดที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา  และอีกด้านหนึ่งจะเป็นเนินเขา ซึ่งตัววัดนั้นจะมีการสร้างเอาไว้ตรงบริเวณเชิงเขา  ที่สำคัญวัดแห่งนี้มีการสร้างบรรดาขึ้นไปบนภูเขาซึ่งมีทั้งหมด 565 ขั้นด้านบนจะเป็นวิหารพระนาค และเป็นจุดชมวิว

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

Ponte vecchio  เมืองฟอเร้น  ประเทศ อิตาลี

     Ponte vecchio  เมืองฟอเร้น  สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นสะพานที่ขึ้นชื่อว่าสวยติดอันดับโลกนั้น นอกจากจะเป็นสะพานทาวร์เวอร์บริดจ์  ของกรุงลอนดอนแล้ว ยังมีสะพาน  Ponte vecchio อีกด้วย ซึ่งสะพานแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองฟลอเรนซ์อิตาลี    โดยความหมายของคำว่า Ponte vecchio   แปลตรงตัวเลยก็คือสะพานเก่าสร้างมาตั้งแต่ปี 996 นั้นเอง

ซึ่งจุดประสงค์แรกก็คือไว้เป็นด่านป้องกันเมืองจากการถูกรุกรานในป้อมปราการและหอสังเกตการณ์บนสะพานและหลังจากปี 1345 เป็นต้นมาก็ได้เปลี่ยนแปลงใหม่ทั้งตึกและหลังคาที่คลุมยาวไป

          ตลอดทั้งสะพานมีการตั้งร้านค้าซึ่งในยุคแรกนั้นก็คือร้านขายเนื้อและก็มีปัญหามาจากกลิ่นของซากเนื้อและการโยนของเสียลงไปในแม่น้ำ ให้ตอบมาทางเมืองฟลอเรนซ์จัดวางเชียงใหม่โดยไม่ให้มีร้านขายของสดและแทนที่ด้วยร้านขายจิวเวอรี่เครื่องทองซึ่งกลางสะพานก็ยังมีรูปปั้นของ seranee ช่างทองที่ดังที่สุดของเมืองอยู่ด้วยจนหลังยุคศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมาก็สวยงามเหมือนอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน

     ความเก๋ไก๋อีกอย่างของสะพานนี้ก็คือด้านบนมีทางเดินลับที่ประดับตกแต่งด้วยภาพเขียนมีค่านับพันภาพตลอดเส้นทางจากฟากหนึ่งไปยังอีกฟากหนึ่ง ที่ชื่อว่า Cosimo I de’ Medici   ดูแลเมืองฟลอเรนซ์สั่งให้ทำขึ้นในปี 2565 เพื่อให้เขาเดินจากที่พักข้ามสะพานไปยังที่ทำงาน โดยไม่ต้องปะปนกับคนอื่น

        ปัจจุบันทางเดินนี้ถูกปิดรักษาไว้อย่างดีรวมถึงรูปภาพต่างๆก็วางอยู่ในตำแหน่งเดิมเหมือนกับเมื่อหลายร้อยปีที่แล้วซึ่งทางลับนี้เปิดให้เข้าชมเฉพาะเทศกาลสำคัญเท่านั้นความสวยงามของสะพานแห่งนี้ทำให้กลายเป็นสะพานเดียวในเมืองที่ไม่โดนระเบิดทิ้งในสงครามโลกครั้งที่ 2  เนื่องจากฮิตเลอร์เคยมาเยือนและประทับใจวิวของสะพานแห่งนี้

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่สะพาน   Ponte vecchio  บอกได้เลยว่าคุ้มมากๆเพราะที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่สะพานที่มีความสวยงามเพียงอย่างเดียวหรือเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำอาร์โนได้อย่างเดียวเพียงเท่านั้นแต่ที่นี่ยังกลายเป็นแหล่งสำคัญในเรื่องของการค้าขายของเมืองฟลอเรนซ์อีกด้วยซึ่งจะเห็นได้ว่าบนสะพานบริเวณด้านริมคลองสะพานนั้นจะมีร้านค้า นำสินค้ามาวางขายเต็มไปหมด

          ซึ่งสินค้าที่นำมาขายนั้น มีตั้งแต่สินค้าโบราณ และสินค้าปัจจุบัน รวมถึงสินค้าทำมือ และพวกขนมนมเนย  นอกจากนี้หากใครที่เดินทางมาเที่ยวที่นี่กับคู่รัก คุณยังสามารถทำกิจกรรมยอดนิยม สำหรับคู่รักด้วยการ ล็อกกุญแจไว้ที่สะพาน ส่วนลูกกุญแจก็จะโยนลงแม่น้ำ ซึ่งกิจกรรมนี้นักท่องเทียวนิยมกันมาก เพราะมีความเชื่อว่าจะทำให้รักกันตลอดไป 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet ฝาก-ถอน เอง

ข้อควร รู้หากจะไปเที่ยว เกาะหมาก จังหวัดตราด 

    เกาะหมาก จังหวัดตราด มีเกาะมากมายเต็มไปหมดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเพลินซึ่งหนึ่งในเกาะที่น่าสนใจก็คือเกาะหมากนั่นเอง โดยวันนี้เราจะมาแนะนำข้อมูลที่ควรรู้หากนักท่องเที่ยวต้องการที่จะเดินทางมาเที่ยวที่เกาะหมากว่าเกาะหมากนั้นมีข้อมูลและมีประวัติอย่างไรบ้างและมีจุดไหนที่น่าสนใจสำหรับการมาเที่ยวที่เกาะแห่งนี้บ้าง 

       อย่างที่เรารู้กันดีว่าเกาะหมากนั้นตั้งอยู่ตรงบริเวณอ่าวไทยซึ่งเกาะหมากนั้นเป็นเกาะที่มีใหญ่พื้นที่โดยรวมแล้วอยู่ที่ประมาณเก้าพันไร่   หากมีการจัดสถิติขนาดพื้นที่ของเกาะที่มีความใหญ่เกาะหมากนับเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศเลยทีเดียว   ด้วยกับแห่งนี้จะอยู่ระหว่างเกาะกูดกับเกาะช้างซึ่งถ้าหากนั่งเรือออกไปยังเกาะหมากจะใช้ระยะเวลาในการเดินทางเนื่องจากว่าเกาะแห่งนี้ห่างจากชายฝั่งอยู่ที่ประมาณ 38 กิโลเมตร  

      อย่างไรก็ตามเกาะหมากถึงแม้จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแต่ก็ยังให้บรรยากาศที่เงียบสงบเหมาะกับการมาพักผ่อนโดยที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของทางธรรมชาติเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นความอุดมสมบูรณ์ของต้นไม้บนเกาะหรือแม้แต่ความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลไม่ว่าจะเป็นปะการังและสัตว์ใต้ทะเลนั่นเอง 

       สำหรับนักท่องเที่ยวที่เลือกเดินทางมาเที่ยวที่เกาะหมากต้องบอกเลยว่าที่นี่จะไม่มีสิ่งดึงดูดใจมากนักเช่นพวกสถานบันเทิงต่างๆจะไม่มีเพราะที่นี่เน้นการท่องเที่ยวแบบเงียบสงบและต้องการคงสภาพความเป็นธรรมชาติเอาไว้ 100% ซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถเที่ยวบนเกาะหมากได้ด้วยการนั่งรับลมเย็นๆบนชายหาดหรืออาจจะล่องเรือพักผ่อนบริเวณรอบเกาะหมาก

นอกจากนี้ยังไปเยี่ยมชมสวนผลไม้หรือสวนยางของชาวบ้านได้และถ้าหากใครอยากจะจำน้ำดูแนวปะการังหรือดูสัตว์น้ำใต้ท้องทะเลก็ได้เช่นเดียวกันแต่ถ้าหากต้องการสถานที่ท่องเที่ยวแบบหรูหราเช่นผับจะไม่มีให้บริการบนเกาะหมากเพราะที่นี่จะเน้นการเที่ยวแบบเงียบสงบนั้นเอง 

        สำหรับนักท่องเที่ยวคนไหนที่อยากจะมาพักผ่อนที่เกาะหมากแนะนำว่าควรจะเดินทางมาเที่ยวช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนเมษายนเพราะช่วงนี้เหมาะกับการท่องเที่ยวเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าขึ้นลมในท้องทะเลไม่รุนแรงมากนักและแนะนำว่าในช่วงหน้าฝนไม่ควรจะมาเที่ยวที่เกาะหมาก

เพราะเกาะหมากอยู่ห่างจากชายฝั่งต้องใช้ระยะเวลาเดินทางเกือบ 1 ชั่วโมงซึ่งถ้าหากมาเจอคลื่นลมแรงในช่วงจังหวะที่มีการเดินทางก็อาจจะเกิดอันตรายได้และที่สำคัญกิจกรรมก็อาจจะทำได้น้อยเพราะถ้าหากมีฝนตกหรือมีคลื่นลมแรงก็ไม่สามารถลงไปดำน้ำดูแนวปะการังได้นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  gclub สมัครสมาชิก

วัดเลขธรรมกิตติ์  จังหวัดนครนายก

          วัดเลขธรรมกิตติ์  ที่อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก มีวัดแห่งหนึ่งซึ่งเป็นวัดเก่าแก่มีอายุเกือบ 200 ปีแล้วด้วยวัดแห่งนี้มีเอกลักษณ์พิเศษตรงที่ว่าบริเวณตรงซุ้มประตูทางเข้าของวัดนั้นจะมีกำแพงซึ่งเป็นทราบราคาพังเหลือไว้บางส่วนโดยเหลือตรงส่วนที่เป็นประตูทางเข้า

ซึ่งตรงนี้จะมีรากของต้นโพธิ์ต้นใหญ่พันเกลียววัดกำแพงเอาไว้เป็นการป้องกันไม่ให้กำแพงล้มซึ่งตรงจุดนี้เองที่เป็นตัวดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมความงดงามของสถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติโดยวัดแห่งนี้มีชื่อเรียกว่าวัดเลขธรรมกิตติ์ 

         ชาวบ้านบอกว่าแต่เดิมวัดแห่งนี้ไม่ใช่ชื่อวัดเลขธรรมกิตติ์เพิ่งมามีการเปลี่ยนเป็นชื่อ วัดเลขธรรมกิตติ์  เมื่อปีพศ 2490 โดยพระครูศรัทธาภินันท์เป็นผู้ดำเนินการเปลี่ยนเพราะแต่เดิมนั้นวัดแห่งนี้มีชื่อเรียกว่าวัดบางอ้อนอก  แต่ที่พระครูศรัทธาภินันท์มีการเปลี่ยนมาเป็นวัดเลขธรรมกิตติ์นั่นก็เพราะว่าวัดแห่งนี้นั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ท่าน

เคยเสด็จมาพร้อมกับพระโอรสของพระองค์โดยทั้งสองพระองค์นั้นได้มีการเสด็จลงเรือและได้มีการขึ้นมาแวะพักเพื่อเสวยพระกระยาหารและพักผ่อนที่วัดแห่งนี้ดังนั้นท่านพระครูศรัทธาภินันท์จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อวัดแห่งนี้ใหม่เพื่อเป็นเกียรติแก่ตัววัดที่ครั้งหนึ่งเคยได้ต้อนรับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับพระโอรสนั่นเอง

       สำหรับชื่อวัดเลขธรรมกิตติ์นั้นมีความหมายซึ่งแปลตรงตัวว่าวัดที่มีเกียรติดังนั้นจึงเหมาะกับวัดที่ได้มีโอกาสต้อนรับรัชกาลที่ 5 กับพระโอรสของพระองค์โดยวัดแห่งนี้นอกจากจะเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมาในช่วงปลายของกรุงศรีอยุธยาแล้วภายในพื้นที่บริเวณวัดยังมีความสวยงามและเงียบสงบร่มเย็นอีกด้วย

  นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชมความสวยงามและความเก่าแก่ของวัดเลขธรรมกิจแห่งนี้นั้นมักจะมาถ่ายรูปตรงบริเวณซุ้มประตูโบราณแห่งนี้เพราะมีความสวยงามและดูอัศจรรย์ตรงที่มีรากของต้นไทรพันเกี่ยวเอาไว้และยังมีบานประตู 2 บานที่เปิดเอาไว้เป็นมุมสำหรับถ่ายรูปสวยๆเก๋ๆอีกด้วย

           นอกจากนี้ภายในวัดยังมีศาลาขนาดเล็กรวมถึงโบสถ์ซึ่งได้มีการนำพระพุทธรูปมาประดิษฐ์ฐานเอาไว้เพื่อให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้มากราบไหว้ขอพรอะไรก็ตามสำหรับวัดเลขธรรมกิตติ์นั้นไม่ใช่วัดขนาดใหญ่มากนักดังนั้นจึงใช้ระยะเวลาไม่นานในการที่จะเดินถ่ายรูปตามมุมต่างๆภายในวัดและกราบไหว้พระพุทธรูปเพื่อขอพรดังนั้นเราสามารถแวะเที่ยวที่วัดเลขธรรมกิตติ์แห่งนี้และสามารถไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงกับวัดนี้ได้ 

       หากนักท่องเที่ยวชอบธรรมชาติและสถาปัตยกรรมจากธรรมชาติ แนะนำมาเที่ยวที่วัดแห่งนี้กันค่ะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    UFABET เว็บหลัก

สถานที่ท่องเที่ยวที่คุณรู้จักแล้วคงไม่อยากไปอย่างแน่นอน

สถานที่ท่องเที่ยวบางสถานที่ก็น่ากลัวจนเกินไปหรืออันตรายจนเกินไปซึ่งเราเชื่อว่าคุณสามารถที่จะเดินทางไปที่ไหนบนโลกแห่งนี้ก็ได้ถ้าหากคุณมีอุปกรณ์  สถานที่ท่องเที่ยวไม่อยากไปอย่างแน่นอน และเงินเพียงพอในการเดินทางแต่ว่าบางสถานที่มันก็ไม่ควรไปหรือเปล่าเพราะว่ามันอาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ตัวคุณเอง 

ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นคนที่กล้าผจญภัยเผชิญอะไรต่างๆนานาแต่ว่าในบางสถานที่บางสิ่งก็ไม่ควรไปเพราะว่ามันเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายกับคุณมากซึ่งถ้าหากเราไปเที่ยวและพบกับความสนุกสนานก็ควรที่จะไป แต่ว่ารักสถานที่ที่เดินทางไปแล้วมันเป็นอันตรายจนเกินไปเราก็ไม่ควรจริงไหมล่ะ 

 

ดังนั้นในวันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าสถานที่ไหนบ้างที่เราไม่ควรจะไปแบบเด็ดขาดซึ่งถ้าหากคุณไปแล้วอาจจะเป็นการก่อให้เกิดอันตรายมากกว่าความสนุกสนานหรือการผจญภัยไปอีกโดยสถานที่ต่างๆเหล่านั้นมีดังต่อไปนี้

เชอร์โนบิล ประเทศยูเครน 

เชื่อกันว่าภัยพิบัติเชอร์โนบิลที่เกิดขึ้นจากการที่วิศวกรได้ทำการทดสอบเกี่ยวกับการทำงานของระบบที่เป็นหล่อเย็นเห็นได้ว่าการทดสอบทั้งนั้นเกิดความล่าช้าจึงทำให้ก่อเกิดแรงดันน้ำที่มีค่อนข้างสูงโดยได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันซึ่งทำให้ระบบการตัดสินงานอย่างอัตโนมัตินั้นไม่ก่อให้เกิดการทำงาน 

จึงเป็นเหตุส่งผลทำให้ เกิดความร้อนที่สูงมากขึ้น จนทำให้เกิดแกนปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ที่เป็นหมายเลข 4 ได้ทำการหลอมละลาย และได้เกิดระบบขึ้นในทันที ห้องเช้ามืดในวันที่ 26 เมษายน โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นปี 1986 ซึ่งจะเห็นได้ว่าผลจากการที่มันระเบิดนั้น จะก่อให้เกิดเป็นที่เท่าที่มีการปนเปื้อนกับ กัมมันตภาพรังสี ทำให้ควันพวยพุ่งขึ้นสู่อากาศด้านบน อยู่ระยะยาวนานถึง 10 วันได้ 

จึงเป็นการทำให้ขี้เถ้าได้ทำการปกคลุมทางตะวันตกของโซเวียตและยังปกคลุมไปทางยุโรปตะวันออก ยุโรปตะวันตก และยุโรปเหนือหรือพื้นที่มากกว่า 2 แสนตารางกิโลเมตร โดยทำการครอบคลุมพื้นที่ 71% ของประเทศเบลารุส รัสเซีย และยูเครน สาเหตุที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนของกัมมันตภาพรังสี จึงส่งผลทำให้ทางการของทั้งสามประเทศนี้ ได้ทำการอพยพประชาชนของพวกเขา 

ซึ่งผลที่รวมออกมาได้น่าจะเกิน 330,000 คน โดยทำการไปตั้งถิ่นฐานสถานที่แห่งใหม่ ในขณะที่มีพื้นที่รัศมีที่อยู่ที่ 30 กิโลเมตร โดยอยู่รอบโรงไฟฟ้าของเชอร์โนบิลนั้นได้ทำการถูกประกาศให้เป็นพื้นที่และเขตอันตรายซึ่งสาเหตุที่มีการระเบิดในครั้งนี้ส่งผลทำให้มีผู้ที่เสียชีวิตในทันทีหลังจากที่มีเหตุการณ์ระเบิดทั้งนั้นจำนวน 31 คนซึ่งคนเหล่านั้นเป็นพนักงานหรือคนงานที่อยู่ในโรงงานไฟฟ้าเชอร์โนบิลเองหลังจากนั้นก็ได้มีผู้คนที่ได้ทำการระบุว่า ในอนาคตอาจจะมีผู้ที่เสียชีวิตจาก โรคมะเร็งที่ทำการเกี่ยวข้องกับ กัมมันตภาพรังสีอีกมากกว่า จำนวน 40 คนอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ฝากเงิน ออโต้

พระราชวังเคนซิงตัน แห่งกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ 

        ในอดีตนั้นประเทศอังกฤษมีการปกครองภายใต้การดูแลของกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ต่างๆซึ่งปัจจุบันนั้นมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาอยู่ภายใต้ระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยทั้งหมดแต่เชื้อพระวงศ์ก็ยังคงได้รับความสำคัญ พระราชวังเคนซิงตัน และได้รับความเคารพจากประชาชนชาวอังกฤษเช่นเดิมอย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าในสมัยก่อนนั้นมีเหล่าบรรดาเชื้อพระวงศ์ต่างๆหรือแม้แต่กระสัตว์ค่อนข้างเยอะมากในราชวงศ์อังกฤษทำให้ที่ประเทศอังกฤษนั้นจึงมีการสร้างพระราชวังเอาไว้อย่างมากมายซึ่งพระราชวังในประเทศอังกฤษมีก็คือบ้านที่กษัตริย์หรือเจ้าชายต่างๆใช้อยู่อาศัยนั้นเอง

       สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศอังกฤษนั้นเราจะเห็นได้ว่าเวลาที่เราเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศอังกฤษสถานที่ท่องเที่ยวที่เรามักจะเดินทางไปเที่ยวกันก็คือพระราชวังซึ่งในประเทศอังกฤษนั้นมีพระราชวังเยอะมากและหนึ่งในพระราชวังที่เราจะแนะนำให้รู้จักกันในวันนี้ก็คือพระราชวังเค็นซิงตันนั่นเอง  ที่นี่แต่เดิมนั้นเป็นเพียงแค่วิลล่าขนาดเล็กธรรมดาเพียงอย่างเดียวเท่านั้นก่อนที่จะมีการปรับปรุงขยายใหญ่ขึ้นจนกลายมาเป็นพระราชวังในที่สุด

        สำหรับพระราชวังแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ พระราชวังเคนซิงตัน หลายต่อหลายคนด้วยกันไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าวิลเลี่ยมที่ 3 และพระนางแมรี่ที่ 2 หรือแม้แต่สมเด็จพระราชินีวิกตอเรียซึ่งในตอนที่พระองค์ยังคงเป็นเด็กเล็กๆนั้นพระองค์เคยประทับอยู่ที่นี่หลังจากเมื่อโตขึ้นพระองค์ถึงย้ายไปประทับที่พระราชวังบัคกิ้งแฮมนอกจากนี้ยังมีเจ้าหญิงไดอาน่ารวมถึงเจ้าหญิงมาร์กาเร็ตก็เคยมาประทับอยู่ที่พระราชวังเคนซิงตันเช่นเดียวกัน 

      อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีพระราชวังเค็นซิงตันยังคงกลายเป็นที่ประทับของพระราชวงศ์อังกฤษอยู่เช่นเดิมซึ่งปราสาทองค์ปัจจุบันที่ได้พักอยู่ที่พระราชวังแห่งนี้ก็คือเจ้าชายวิลเลี่ยมและเจ้าหญิงเคทรวมถึงพระโอรสและพระธิดาของพระองค์ของทั้งสองพระองค์นั้นเอง 

        สำหรับพระราชวังเคนซิงตันนั้นเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมความงดงามภายในได้โดยจะมีการเปิดเฉพาะบางพื้นที่หรือบางส่วนเท่านั้นซึ่งจะเห็นได้ว่าด้านในพระราชวังนั้นมีความโอ่อ่าหรูหราและที่สำคัญงดงามเป็นอย่างมากเพราะมีการตกแต่งเอาไว้ ด้วยเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นที่ไม่ธรรมดานอกจากนี้ยังมีการนำประติมากรรมต่างๆที่มีความงดงามจากทั่วโลกมาประดับตกแต่งทำให้พระราชวังแห่งนี้งดงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้เลยทีเดียว

 อย่างไรก็ตามหากนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวที่พระราชวังแห่งนี้จะมีโซนที่มีการนำเสื้อผ้าเครื่องประดับของเจ้าหญิงไดอาน่ามาจัดแสดงเอาไว้ภายในพระราชวังแห่งนี้ด้วย  นอกจากนี้บริเวณด้านนอกของพระราชวังนั้นก็มีการตกแต่งไว้อย่างสวยงามไม่ว่าจะเป็นต้นไม้หรือบ่อน้ำรวมถึงหินทางเดินและน้ำพุมีการจัดสรรเอาไว้อย่างลงตัว     

 

สนับสนุนโดย.  สมัคร Gclub

ashikaga Flower Park ประเทศญี่ปุ่น 

          ถ้าหากนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นและเคยมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่สวน Kawasaki Fuji Garden ชื่อว่าจะต้องรู้สึกชื่นชอบกับสวนดอกไม้แห่งนี้อย่างแน่นอนอย่างไรก็ตามที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นยังมีสวนดอกไม้ที่น่าสนใจอีกหลายแห่งซึ่งในครั้งนี้จะพาไปรู้จักสวนดอกไม้ที่มีความงดงามไม่แตกต่างจากส่วนที่ Kawasaki Fuji Garden อย่างแน่นอนโดยสวนแห่งนี้นั้นมีชื่อว่าสวนอาชิคางะ  ซึ่งสวนแห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดโทชิกิโดยอยู่ในเมืองอาชิคางะนั้นเอง  ชาวเมืองจึงเรียกส่วนนี้ว่า ashikaga Flower Park

        สำหรับนักท่องเที่ยวคนไหนที่เดินทางไปเที่ยวที่เมืองโตเกียวสามารถแวะมาเที่ยวชมความงดงามของดอกไม้ที่ ashikaga Flower Park แห่งนี้ได้เพราะอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียงแค่ประมาณ 80 กิโลเมตรเท่านั้นการเดินทางไปมานั้นค่อนข้างสะดวกสบายเนื่องจากที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นมีทั้งรถสาธารณะและรถไฟฟ้าความเร็วสูงทำให้ใช้ระยะเวลาเพียงแค่ไม่นานก็สามารถเดินทางมาที่ ashikaga Flower Parkแห่งนี้เพื่อทำการถ่ายรูปสวยๆกับวิวทิวทัศน์ที่งดงามได้แล้ว

          สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ในแต่ละวันนั้นจะต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากมายมหาศาลเนื่องจากว่าการเดินทางที่ไม่ไกลจากตัวเมืองโตเกียวมากนักและการเดินทางที่สะดวกสบายสามารถเดินทางไปกลับเพียงวันเดียวได้ทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากเพราะเมื่อช้อปปิ้งสินค้าหรือเดินทางเที่ยวในเมืองโตเกียวจนเบื่อแล้วก็สามารถมาถ่ายรูปกับวิวทิวทัศน์ดอกไม้สวยๆที่สวนอาชิคางะแห่งนี้ได้นั่นเอง

     สำหรับสวนอาชิคางะแห่งนี้นั้นเป็นส่วนที่มีขนาดพื้นที่ขนาดใหญ่เช่นเดียวกันโดยที่นี่ ได้มีการนำดอกวิธีเรียงมาทำการปลูกซึ่งที่นี่นั้นจะมีดอกวิสทีเรียมากกว่า 350 ต้นปลูกภายในสวนขนาดใหญ่และต้นไม้แต่ละต้นนั้นก็มีอายุเก่าแก่เกินกว่า 150 ปีเรียกได้ว่าเดินทางมาเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน

          นอกจากนี้ที่นี่ก็ยังมีการทำอุโมงค์ดอกวิสทีเรียด้วยเช่นเดียวกันโดยอุโมงค์ของดอกวิสทีเรียแห่งนี้นั้นจะนำดอกวิทยาซึ่งมีสายพันธุ์สีขาวมาทำการปลูกไว้ประดับประดาอุโมงค์ให้มีความสวยงาม  นักท่องเที่ยวสามารถเดินเพลินภายใต้อุโมงค์ดอกวิสทีเรียสีขาวแห่งนี้ได้ด้วยระยะทางความยาวถึง 80 เมตรด้วยกันไม่ใช่แค่อุโมงของดอกวิสทีเรียสีขาวเท่านั้นแต่ยังมีอุโมงค์อื่นๆอีกมากมายที่เจ้าหน้าที่ได้มีการเตรียมไว้รองรับนักท่องเที่ยว

         ซึ่งแต่ละอุโมงค์นั้นจะมีสีสันแตกต่างกันออกไปไม่ว่าจะเป็นสีเหลืองหรือแม้แต่สีม่วงเพราะดอกวิสทีเรียนั้นมีมากมายหลายสายพันธุ์นั่นเอง  หากนักท่องเที่ยวคนไหนสนใจเดินทางมาเยี่ยมชมความสวยงามของดอกวิสทีเรียที่ ashikaga Flower Park แห่งนี้แนะนำว่าช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเที่ยวมากที่สุดนั้นควรจะมาช่วงประมาณปลายเดือนเมษายนไปจนถึงช่วงเดือนพฤษภาคมซึ่งช่วงนี้นั้นจะเป็นช่วงที่ดอกวิสทีเรียกำลังเบ่งบานสวยงามมากเลยทีเดียว 

 

สนับสนุนโดย.  ทางเข้า gclub มือถือ

สุเหร่าเซนต์โซเฟีย  หรือวิหารเซนต์โซเฟียประเทศตุรกี

         เชื่อว่านักท่องเที่ยวที่เคยเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศตุรกีหรือเคยศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับประเทศตุรกีคงได้ยินชื่อวิหารเซนต์โซเฟียกันมาบ้างพระวิหารนี้เป็นวิหารที่เก่าแก่  สุเหร่าเซนต์โซเฟีย และมีความศักดิ์สิทธิ์และที่สำคัญเป็นวิหารที่มีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องของความสวยงามเป็นอย่างมาก  สำหรับวิหารแห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาอยู่ในเมืองกรุงอิสตันบูล 

      เป็นวิหารที่ถูกสร้างขึ้นมาจากน้ำมือมนุษย์และมีการก่อสร้างเอาไว้อย่างสวยงามยิ่งใหญ่อลังการจนถึงขนาดว่าวิหารแห่งนี้ถูกจัดอันดับให้เป็นวิหารที่มีความสวยงามติด 1 ใน 7 ของสิ่งมหัศจรรย์ของโลกนอกจากนี้การจัดอันดับสิ่งมหัศจรรย์ในยุคกลางก็ยังเป็นสถานที่ที่มีความสวยงามเป็นอันดับ 8 ของโลกอีกด้วย 

      สุเหร่าเซนต์โซเฟีย แห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาในสมัยของจักรวรรดิไบแซนไทน์โดยเป็นยุคการปกครองของจักรพรรดิจัสติเนียนนั่นเองว่ากันว่าวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาในช่วงปี 532 ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปีกว่าแล้วเสร็จโดยวิหารแห่งนี้นั้นเป็นมหาวิหารที่มีความงดงามซึ่งหาวิหารฯที่มีความงดงามเทียบเท่านั้นได้ยากมากเลยทีเดียว

       ปัจจุบันเนื่องจากว่าวิหารแห่งนี้มีความเก่าแก่มากแล้วจึงได้รับการบูรณะซ่อมแซมมาแล้วหลายครั้งนอกจากนี้ยังมีการต่อเติมให้ดูยิ่งใหญ่อลังการและงดงามมากขึ้นไปอีกมีการก่อสร้างโบสถ์สวยๆมากมายเต็มไปหมดในช่วงประมาณปี  563 ช่วงดังกล่าวนั้นเป็นช่วงที่มีการเกิดแผ่นดินไหวและส่งผลทำให้ยอดโดมของวิหารแห่งนี้หักโค่นลงมาจึงมีผลทำให้ต้องมีการบูรณะซ่อมแซม

    ยอดโดมของวิหารเหตุการณ์แผ่นดินไหวนั้นไม่ได้ทำให้เพียงแค่ยอดโดมหักพังทลายลงมาเท่านั้นแต่ทำให้วิหารเซนต์โซเฟียนั้นมีรอยร้าวเกิดขึ้นด้วยซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ก็ต้องเร่งดำเนินการปรับปรุงบูรณะซ่อมแซมในส่วนที่มีการแตกร้าวเพราะเกรงว่าวิหารเก่าแก่ที่มีความสวยงามนี้จะพังลงมานั่นเอง

        อย่างไรก็ตามสำหรับวิหารแห่งนี้นั้นตั้งอยู่ใกล้ๆกันกับสุเหร่าสีน้ำเงินซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจโดยถ้าหากว่านักท่องเที่ยวไปเที่ยวที่วิหารเซนต์โซเฟียถ่ายรูปสวยๆเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไม่ควรพลาดที่จะเดินทางข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งเพื่อไปเยี่ยมชมความสวยงามของสุเหร่าสีน้ำเงินซึ่งมีลักษณะใหญ่โตโอ่โถและสวยงามไม่แตกต่างกับวิหารเซนต์โซเฟียเลย

 สำหรับวิหารเซนต์โซเฟียนั้นเป็นวิหารต้นแบบที่ภายหลังนั้นได้มีการก่อสร้างสุเหร่าแล้วเรียนแบบความสวยงามของวิหารแห่งนี้กันอย่างกว้างขวางเลยทีเดียว สำหรับวิหารแห่งนี้ว่ากันว่าในครั้งแรกที่ถูกสร้างขึ้นมานั้นเป็นการสร้างสำหรับให้เป็นโบสถ์ของคนที่นับถือศาสนาคริสต์เป็นที่ประทับของรูปปั้นขององค์พระเยซู 

 

สนับสนุนโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ